Jenbunjerd Online แหล่งช้อปปิ้ง อุปกรณ์จัดเก็บ เคลื่อนย้าย เครื่องมือ เครื่องใช้ในโรงงาน และเครื่องใช้สำนักงาน

Blog

อุตสาหกรรม 4.0 ใครปรับตัวได้ก่อน..คือผู้ชนะ !

อุตสาหกรรม 4.0 ใครปรับตัวได้ก่อน..คือผู้ชนะ !

Date : 2019-12-17

อุตสาหกรรม 4.0 ใครปรับตัวได้ก่อน..คือผู้ชนะ !

                ในยุคที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจเข้มข้นกันเป็นอย่างสูง หลายประเทศจึงมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มขีดศักยภาพให้กับตนเอง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่นานาประเทศต่างให้ความสำคัญ ซึ่งในแต่ละประเทศต่างก็มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่าง
Smart Manufacturing โดยสหรัฐอเมริกา
Industrial Value Chain Initiatives โดยญี่ปุ่น
Made in China 2025 โดยจีน
Manufacturing Innovation 3.0 โดยเกาหลีใต้
Productivity โดยไต้หวัน
รวมถึงประเทศไทยเราเองก็มี Thailand 4.0 ด้วยเช่นกัน ส่วนเยอรมนีเองก็ได้มีการพูดถึง Industry 4.0 หรืออุตสาหกรรม 4.0 อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2554 โดยรัฐบาลได้จับมาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม ‘HighTech Strategy 2020เพื่อให้เยอรมันยังคงความเป็นผู้นําด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรมของโลกอย่างยั่งยืน

แต่ก่อนเราจะไปสู่ยุค 4.0 เราลองมาทำความรู้จักการปฏิวัติอุตสาหกรรมตั้งแต่ยุคแรกเริ่มกันก่อนดีกว่า

ภาพโดย Christoph Roser
 

ยุค 1.0 เกิดขึ้นเมื่อมีการสร้างเครื่องจักรไอน้ำในปี 1784 ทำให้สามารถนำมาทุ่นแรงงานคนในส่วนของการผลิตได้
ยุค 2.0
เกิดขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากการพัฒนาเครื่องกําเนิดพลังงานไฟฟ้า ทำให้สามารถเกิดการผลิตแบบ Mass Production ที่ผลิตสินค้าแบบเดียวกันในปริมาณมากได้
ยุค 3.0
เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อการพัฒนาด้านอิเล็กทรอนิกส์และ เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามามีบทบาทในส่วนของการผลิต และปรับปรุงให้คุณภาพดีกว่าเดิม เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ มีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้งานทดแทนแรงงานมนุษย์
ยุค 4.0 คือ การเปลี่ยนแปลงของระบบทั้งระบบด้วยการนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาการเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตระหว่างเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ด้วยการบูรณาการโลกของการผลิตเข้ากับการ เชื่อมต่อทางเครือข่ายในรูปแบบ
Internet of Things (IoT) ซึ่งทุกหน่วยของระบบการผลิต ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ต่างติดตั้งระบบเครือข่ายเพื่อให้ สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันอย่างอิสระ

จุดเด่นของอุตสาหกรรม 4.0

จากที่เราได้รู้จักมาข้างต้น สิ่งที่เป็นจุดเด่นเห็นได้ชัดเลยคือการทําให้เครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ผ่านเครือข่ายผ่านอินเตอร์เน็ตจึงสามารถแชร์ข้อมูลข่าวสารถึงกันหมด รวมทั้งสามารถใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกันได้ ซึ่งจะส่งผลดี ดังนี้

  • เพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในการทํางาน
  • ลดความผิดพลาดในการทํางานเนื่องจากแชร์ข้อมูลซึ่งกันและกัน
  • สามารถผลิตของหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการผู้บริโภคได้มากขึ้น
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการลดแรงงานคน ในขณะที่ประสิทธิภาพในการผลิตไม่ตก
  • ผลิตได้ทีละเป็นจำนวนมาก

ด้วยการบูรณาการโลกของการผลิตเข้ากับการเชื่อมต่อทางเครือข่ายใน รูปแบบ Internet of Things (IoT)  จาก แนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะทําให้กระบวนการผลิตสินค้าเชื่อมกับเทคโนโลยีดิจิตอล ในแวดวงอุตสาหกรรมแล้ว..คนที่สามารถปรับตัวสู่ยุคสมัยใหม่ได้ก่อนใคร ก็เหมือนกุมชัยชนะในยุคที่ทุกคนต่างนำนวัตกรรมมาช่วยในตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น และหนึ่งในนวัตกรรมแห่งยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่ไม่ควรพลาดในตลาดอุตสาหกรรมเลยคงหนีไม่พ้น รถ AGV หรือ Automated guided vehicle

รถ AGV - Automated guided vehicle

รถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติโดยใช้แถบแม่เหล็ก วิชั่น หรือเลเซอร์ เป็นตัวบอกทิศทางให้กับรถเวลาเคลื่อนที่ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายควบคุมสินค้าคงคลังแบบ Real-Time ซึ่งไม่เพียงแต่ควบคุมอุปกรณ์ขนย้ายวัสดุอัตโนมัติได้แล้ว แต่ทั้งยังบันทึกประวัติให้ตรวจเช็คอีกด้วย

  • ลดต้นทุนการผลิต จากการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน
  • วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของคน
  • ใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการเผาไหม้เชื้อเพลิง รักษาสิ่งแวดล้อม

ก้าวทันเทรนด์อุตสาหกรรม เพิ่มผลประกอบการด้วยนวัตกรรมยุค 4.0
*หากสนใจสามารถติดต่อฝ่าย Warehouse Automatio โทร 02-096-9898 ต่อ 1303 & 1503 อีเมล wa@jenbunjerd.com หรือ www.jenbunjerd.com