เพิ่มความจุคลังสินค้า 20–40% ด้วยระบบ Double Deep Rack ทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้พื้นที่เดิมให้คุ้มค่า ลดต้นทุนต่อพาเลท และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บโดยไม่ต้องขยายโกดัง
ในยุคที่ค่าก่อสร้าง / ค่าแรง / ค่าเช่าโกดังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การเพิ่มพื้นที่ = เพิ่มต้นทุนระยะยาวทันที แต่คำถามคือ… “คุณสามารถเพิ่มความจุได้… โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่หรือไม่?” คำตอบคือ: ได้ และคุ้มกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
Executive Insight: Double Deep Rack คืออะไร

Double Deep Rack คือการ "จัดสรรพื้นที่จัดเก็บใหม่" จากระบบปกติที่ไม่มีแนวลึก (Selective Rack) ให้กลายเป็นระบบจัดเก็บความหนาแน่นสูง (High-Density Storage) โดยการวางพาเลทซ้อนกัน 2 แถวในแนวลึก
- เพิ่มความจุ: +20–40% จากพื้นที่เดิม
- ลด Aisle: ลดจำนวนช่องทางวิ่งของรถ (พื้นที่ที่ไม่สามารถจัดเก็บได้)
- CapEx: ลงทุนน้อยกว่าระบบ Automation มาก
"เพิ่มรายได้ต่อ ตร.ม. โดยไม่ต้องขยายโกดัง"
Why It Matters (ทำไมผู้บริหารควรให้ความสำคัญ)
1. เปลี่ยน "Cost Center" ให้เป็น "Profit Driver"
พื้นที่โกดังถือเป็น Fixed Cost การนำระบบ Double Deep เข้ามาใช้จะทำให้พื้นที่เดิม "สร้างรายได้เพิ่มขึ้น" ทันทีจากปริมาณสินค้าที่จัดเก็บได้มากขึ้น
2. ROI ที่ชัดเจนกว่าการขยายโกดัง
| ทางเลือก | CapEx (งบลงทุน) | เวลาดำเนินการ | ความเสี่ยง |
| สร้างโกดังใหม่ | สูงมาก | 6–18 เดือน | สูง |
| เช่าพื้นที่เพิ่ม | ต่อเนื่อง | ทันที | ต้นทุนสะสม |
| Double Deep | ปานกลาง | เร็ว | ต่ำ |
ผู้บริหารยุคใหม่เลือกที่จะ "Optimize ก่อน Expand"
3. Density vs Flexibility (จุดสมดุลที่เหมาะสมที่สุด)
- สามารถจัดเก็บได้หนาแน่นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ยังสามารถเข้าถึงสินค้าโดยตรง (Direct Access) ได้ประมาณ 50%
- ไม่เข้าถึงยากจนเกินไปเหมือนระบบ Drive-in และไม่หลวมจนเปลืองพื้นที่เหมือน Selective
4. Impact ต่อ EBITDA โดยตรง
- ลดต้นทุนการจัดเก็บต่อพาเลท (Cost per Pallet)
- เพิ่มปริมาณสินค้าหมุนเวียน (Throughput) ต่อหน่วยพื้นที่
- ลดต้นทุนรวมในการบริหารจัดการคลังสินค้า (Cost/Warehouse Unit)
Double Deep Rack ช่วยเพิ่ม EBITDA ได้อย่างไร?
EBITDA (Earnings Before Interest, Taxes, Depreciation, and Amortization (กำไรก่อนดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ "กำไรจากการดำเนินงานเพียวๆ") เพิ่มขึ้นได้จาก 2 ทางหลักๆ คือ "เพิ่มรายได้" หรือ "ลดต้นทุน" ซึ่งระบบ Double Deep Rack เข้าไปช่วยทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ทางที่ 1: เพิ่มรายได้จากการใช้พื้นที่เท่าเดิม
เมื่อติดตั้ง Double Deep Rack ความจุคลังสินค้าของคุณจะเพิ่มขึ้น 20–40% ทันที
- สต็อกสินค้าได้มากขึ้น: สามารถเก็บสินค้า (Finished Goods) ได้มากขึ้น ทำให้พร้อมขายและตอบสนองคำสั่งซื้อของลูกค้าได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเสียโอกาสในการขาย
- รับฝากสินค้าได้มากขึ้น (สำหรับ 3PL): หากคุณเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้า (3PL) สามารถรับฝากสินค้าจากลูกค้าได้มากขึ้นในพื้นที่เดิม นั่นหมายถึงรายได้จากการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นทันที
สรุป: รายได้เพิ่มขึ้นโดยที่ "ค่าเช่าพื้นที่" หรือ "ค่าก่อสร้างโกดัง" (Fixed Cost) เท่าเดิม
ทางที่ 2: ลดต้นทุนต่อหน่วย (Cost per Unit)
นี่คือจุดสำคัญที่สุดที่ Double Deep Rack เข้าไปกระทบ EBITDA โดยตรง
- ลดต้นทุนการจัดเก็บต่อพาเลท (Cost per Pallet):
- สมมติค่าเช่าโกดังเดือนละ 100,000 บาท
- ถ้าเดิมเก็บได้ 1,000 พาเลท ต้นทุนต่อพาเลท = 100 บาท
- เมื่อใช้ชั้นวางแบบ Double Deep สามารถเพิ่มความจุได้ถึง 1,400 พาเลท ทำให้ต้นทุนต่อพาเลทลดลงเหลือประมาณ 71 บาท
- ผลลัพธ์: ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานต่อหน่วย และเพิ่มกำไรต่อหน่วยได้ทันที
- ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses / OpEx):
- ช่วยประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะในธุรกิจห้องเย็น (Cold Storage)
- สามารถจัดเก็บสินค้าได้มากขึ้นภายในพื้นที่เดิม โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนขยายพื้นที่คลังสินค้า
- ลดต้นทุนการติดตั้งระบบทำความเย็นเพิ่มเติม และช่วยควบคุมค่าไฟฟ้าในระยะยาว
สรุป: ต้นทุนในการบริหารจัดการคลังสินค้าลดลง ทำให้ EBITDA margin (เปอร์เซ็นต์กำไรเมื่อเทียบกับรายได้) สูงขึ้น
Key Operational Reality (สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ)
การเปลี่ยนมาใช้ Double Deep ต้องคำนึงถึงปัจจัยหน้างานดังนี้:
- ระบบการหมุนเวียนสินค้า (Inventory Flow): ระบบนี้ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไข LIFO (Last-In, First-Out) ในแต่ละเบย์ (Bay) เนื่องจากสินค้าที่เข้าก่อนจะถูกบังโดยพาเลทแถวหน้าเสมอ
- ความหลากหลายของสินค้า (SKU Mix): เหมาะสมที่สุดกับสินค้าที่มี ปริมาณมากแต่ความหลากหลายน้อย (High Volume, Low Variety) โดยแนะนำให้มีจำนวนพาเลทต่อ SKU ตั้งแต่ 2 พาเลทขึ้นไป เพื่อลดขั้นตอนการเคลื่อนย้ายพาเลทหน้าเพื่อหยิบด้านหลัง (Honeycombing)
- อุปกรณ์ยกขน (Specialized Equipment): ต้องใช้รถยกประเภท Double Reach Truck (Pantograph) หรือรถที่มีงายืดหดได้ (Telescopic Forks) เพื่อตักพาเลทแถวที่ 2 ซึ่งมีราคาสูงกว่าและต้องการระยะวงเลี้ยว (Aisle Width) ที่เฉพาะตัว
- คุณภาพของ "พาเลท" (Pallet Quality): "หัวใจสำคัญที่ห้ามมองข้าม" เนื่องจากพาเลทแถวหลังจะถูกตรวจสอบสภาพได้ยากกว่าปกติ การใช้พาเลทที่ไม่ได้มาตรฐานหรือชำรุด อาจนำไปสู่การหักคาชั้นวาง ซึ่งแก้ไขได้ยากและอันตรายมาก
- ทักษะพนักงาน (Operation Skill): พนักงานขับรถยกต้องได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ (Advanced Training) เนื่องจากการกะระยะในแนวลึกและการควบคุมกลไกยืดหดงา มีความซับซ้อนและต้องใช้ความแม่นยำสูงกว่าการยกวางปกติ
- ระบบการจัดการ (WMS): ควรมี WMS (Warehouse Management System) เพื่อควบคุมตำแหน่งจัดเก็บอย่างแม่นยำ
Critical Success Factor: "รถยกคือหัวใจของระบบ"

ระบบ Double Deep จะ "ล้มเหลวทันที" หากเลือกอุปกรณ์ผิด เพราะนี่ไม่ใช่แค่การยกวางปกติ แต่คือการทำงานในระยะลึกที่มองเห็นได้ยาก สิ่งที่องค์กรต้องมีคืออุปกรณ์ที่รองรับการทำงานเฉพาะทาง:
- Pantograph Reach: แขนยื่นที่เสถียรเพื่อเข้าถึงพาเลทแถวที่ 2
- High Lift Stability: ความเสถียรในขณะยกสูงเพื่อความปลอดภัย
- ระบบช่วยมอง (Visual Assistance): เช่น กล้อง (Camera) หรือเลเซอร์ (Laser) ช่วยกะระยะ
นี่ไม่ใช่แค่การ “ซื้อรถ” แต่คือการออกแบบระบบการทำงานร่วมกันทั้งหมด
Use Case ที่ค่า ROI ชัดเจนที่สุด
- FMCG / Manufacturing: สินค้าที่มี SKU ซ้ำในปริมาณสูง
- Cold Storage: ลดพื้นที่การทำความเย็น = ลดค่าไฟ (คืนทุนเร็วที่สุด)
- Distribution Center: ต้องการเพิ่ม Capacity แบบเร่งด่วนในพื้นที่จำกัด
- 3PL: เพิ่มขีดความสามารถในการรับฝากสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้ต่อพื้นที่เช่า
Executive Summary (สรุปสำหรับการตัดสินใจ)
หากคุณต้องการ “เพิ่มความจุ” แต่ไม่ต้องการ “เพิ่มต้นทุนระยะยาว” Double Deep Rack คือจุดสมดุล (Sweet Spot) ที่ดีที่สุดระหว่าง Cost | Capacity | Operational Flexibility
เจนบรรเจิด คือ "Warehouse Strategy Partner"
เราไม่ได้ขายแค่ชั้นวางสินค้า แต่เราช่วยคุณ “ออกแบบกำไรจากพื้นที่” สิ่งที่คุณจะได้รับจากทีมผู้เชี่ยวชาญ:
- วิเคราะห์การใช้พื้นที่และวาง Layout ในการจัดเก็บ
- เลือกสเปกรถยกให้เหมาะกับการใช้งาน (Operation) จริง
- บริการติดตั้งและดูแลหลังการขายครบวงจร
เริ่มต้นเพิ่มศักยภาพพื้นที่โกดังของคุณ:
- โทร: 02 096 9898
- LINE OA: @jenbunjerd
"โกดังไม่ได้เล็กลง…แต่คุณยังใช้มันไม่เต็มศักยภาพ"
*สื่อโฆษณา/ชิ้นงาน ข้อความในบทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
The commercial, including articles and artworks shown is an intellectual property of Jenbunjerd Co.,Ltd.
Unauthorized reproduction is prohibited and may subject to criminal prosecution.

