ข้อควรพิจารณาก่อนลงทุนใน Robotic Palletizer มีอะไรบ้าง? มาดูกัน
ก่อนที่จะลงทุนในหุ่นยนต์จัดเรียงสินค้าบนพาเลทอัตโนมัติ (Robotic Palletizer) อย่าลืมพิจารณาปัจจัยต่างๆเหล่านี้ให้ถี่ถ้วน เพื่อลดการเสียเวลาและไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- งบประมาณต้องครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน อย่าลืมว่า Robotic Palletizer เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ของอุปกรณ์อัตโนมัติที่จะต้องทำงานร่วมกันทั้งหมดเพื่อช่วยกันยกระดับการทำงานไปด้วยกัน หากคุณคิดว่าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสามารถถูกทดแทนได้ด้วย Robotic Palletizer หรือหากคุณไม่สามารถลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน ที่สุดแล้วองค์กรจะไม่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนซื้อ Robotic Palletizer อย่างเต็มที่ ในการใช้ Robotic Palletizer คุณต้องลงทุนซื้อสายพานเพื่อลำดับสินค้าเข้าออกด้วย ต้องมีการส่งพาเลท Tier Sheets หรือสลิปชีทเข้าไปในระบบด้วย ไม่ว่าจะด้วยแรงงานคนหรือด้วยเครื่องจ่ายพาเลท และต้องมีการพันพาเลทด้วยแรงงานคนหรือโดยอัตโนมัติก่อนออกจากระบบเพื่อให้มีความมั่นคงและปลอดภัย

- Rate เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงมากสุดของระบบการจัดเรียงสินค้าบนพาเลท Rate จะเป็นตัวกำหนดความเร็วของสายพาน ชนิดของแขนกล โมเดลของหุ่น รวมทั้งต้องมีการเปิดฝา หรือ ปิดฝาด้วยหรือไม่ และอื่นๆ ก่อนที่คุณจะตีวง Robotic Palletizer ที่คุณจะเลือกให้แคบลง ต้องชัดเจนก่อนว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร และ Rates ที่ต้องได้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ต้องอยู่ที่เท่าไหร่
- รายการสินค้า มีจำนวนสินค้ากี่ SKU ที่จะอยู่ในระบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะมีหลายตัว ซึ่งคุณควรมีการเตรียมข้อมูลของแต่ละ SKUs ให้พร้อมสำหรับการทดสอบ และเรื่องนี้ควรมีการกำหนดตั้งแต่ช่วงต้นของโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าลงทุนซื้ออุปกรณ์และลงโปรแกรมที่ตอบโจทย์จริงๆ และให้คิดเผื่ออนาคตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการเพิ่มจำนวน SKUs หรือการเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในอนาคตจะมีผลให้ต้องเปลี่ยนมือจับ (EoAT)
- คุณภาพของพาเลท เป็นสิ่งที่มักถูกมองข้าม ไม่ว่าจะไปดูที่ไหนก็ตาม จะพบว่าพาเลทที่ใช้งานกันจะมีความแตกต่างกัน ในบางที่แม้กระทั่งในสายการผลิตเดียวกันก็ยังใช้ไม่เหมือนกัน สภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญ ความชื้นทำให้พาเลทไม้บวม ส่วนอากาศแห้งทำให้พาเลทไม้หดตัว ขนาดของพาเลทส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าและความปลอดภัยในการปฎิบัติงาน หากพาเลทสูงไป กล่องจะโดนบีบ แต่หากพาเลทเตี้ยไป กล่องจะโดนทิ้งลงมาด้วยความสูงที่เกินกว่าที่ระบบได้รับการออกแบบ ดังนั้นคุณควรมีข้อมูลพาเลทที่ชัดเจน และเลือกใช้พาเลทแบบเดียวกันทั้งหมด รวมทั้งมีการจ่ายพาเลทในอัตราความเร็วที่จะช่วยให้คุณสามารถได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
- คุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ระบบได้รับการออกแบบโดยอิงจากขนาดและความทนทานของบรรจุภัณฑ์ หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แขนกลจะไม่สามารถหยิบจับสินค้าไปจัดเรียงตามที่ออกแบบไว้ได้ ซึ่งกรณีแบบนี้ ต้องแก้ทั้งโปรแกรมและอาจจะต้องเปลี่ยนตัวอุปกรณ์ด้วย ซึ่งจะเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- วิธีการซีลบรรจุภัณฑ์ คุณซีลบรรจุภัณฑ์ด้วยกาวหรือเทปกาว และกาวหรือเทปกาวที่คุณใช้มีความแข็งแรงแค่ไหน ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อการทำงานของระบบ เนื่องจากกล่องเหล่านี้จะถูกดูดด้วยหัวดูดสุญญากาศ หรือหยิบจับด้วย clamp ดังนั้นวิธีการซีลบรรจุภัณฑ์ของคุณต้องสามารถรับกับแรงดูดหรือบีบเหล่านั้นได้ด้วย
- สลิปชีท เป็นอุปกรณ์พื้นฐานในระบบการจัดเรียงสินค้าบนพาเลท ต้องใช้ให้ถูกขนาด และต้องเข้าใจว่าสภาพแวดล้อมส่งผลต่อต่อสลิปชีท หากสลิปชีทเกิดการบิดงอ ระบบจะทำงานไม่ได้ ต้องมีกระบวนการที่ได้รับการออกแบบที่จะนำสลิปชีทไปยัง Robotic Palletizer ด้วย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การนำสินค้าเข้ามาในระบบ แต่อย่าลืมว่าเราต้องนำสลิปชีทเข้ามาในระบบด้วย
- กระบวนการที่จะนำพาเลทออกจากระบบ (Outfeed Process) เป็นอย่างไร โดยทั่วไปจะมีการพันพาเลทก่อน แต่ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่หรือกระบวนการทำงาน การพันพาเลทโดยอัตโนมัติอาจจะไม่สามารถทำได้ในระบบเดียวกัน จึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย และเตรียมกระบวนการสำหรับพาเลทขาออก โดยกระบวนการดังกล่าวต้องสอดรับกับ rate ของการจัดเรียงสินค้าบนพาเลท
- ที่ตั้ง Robotic Palletizer ในโรงงาน ในเรื่องจุดที่จะตั้งต้องพิจาณาทั้งข้อจำกัดของพื้นที่และลักษณะงานว่าหุ่นยนต์ควรเป็นแบบตั้งพื้น หรืออยู่บนแท่น หรือต้องติดตั้งบนเพดาน และหากงานที่จะนำ Robotic Palletizer เข้ามาใช้ต้องใช้ Robotic Palletizer ตัวใหญ่ คุณต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำงานที่ปลอดภัย มีพื้นที่พอที่จะให้รถยกวิ่งรอบๆ ต้องสามารถเข้าถึง Robotic Palletizer ได้จากทุกมุมเพื่อการซ่อมบำรุง จึงต้องห่างจากเพดานและกำแพงในระยะที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงเวลาที่สินค้าจะเคลื่อนตัวไปสู่ Robotic Palletizer ด้วย มีสายพานส่งของขาเข้าที่ต้องมีการปรับแก้หรือไม่ หรือต้องเพิ่มสายพานเข้าไปในระบบ work flow ของตัวสินค้าและผู้ใช้งานในบริเวณนั้นเป็นอย่างไร
*สื่อโฆษณา/ชิ้นงาน ข้อความในบทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
The commercial, including articles and artworks shown is an intellectual property of Jenbunjerd Co.,Ltd.
Unauthorized reproduction is prohibited and may subject to criminal prosecution.

