เทคโนโลยี IoT กองทัพมดงานที่จะช่วยคลังสินค้าของคุณ
ระบบ IoT ถือว่าเป็นกองทัพมดงานที่จะช่วยคลังสินค้าของคุณ ตั้งแต่ช่วยให้การทำงานถูกต้อง แม่นยำ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอน การจัดสรรพื้นที่ในคลังสินค้าให้ได้ประโยชน์สูงสุด การเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการคลังและการจัดส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทั้งยังช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนทำงานได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานดีอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงจากการทำงานผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน
ตัวอย่างของอุปกรณ์ IoT แบบพื้นฐานที่ใช้งานกันในคลังสินค้าได้แก่
- ระบบเซนเซอร์ มีหลายชนิดเช่น เซ็นเซอร์ระบุตำแหน่งที่ใช้ติดตั้งกับอุปกรณ์ เช่นชั้นวาง ลัง หรือแพลเลทธรรมดาๆ ช่วยให้การหาและบริหารจัดการสินค้าภายในคลังเป็นไปอย่างง่ายดาย หรือเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการวัดสภาพแวดล้อมของสินค้า เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมของสินค้าแบบทันที และมีประวัติตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น อุณหภูมิ หรือความชื้นที่เก็บสินค้าเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจสอบเครื่องจักร และยานพาหนะ เพื่อให้สามารถคาดการณ์การซ่อมบำรุงอุปกรณ์ล่วงหน้าได้อีกด้วย

- RFID Tag ใช้ติดตามสินค้าหรือทรัพย์สินต่างๆ RFID สามารถใช้ทดแทนบาร์โค้ด ซึ่งสิ้นเปลืองกระดาษและมีโอกาสหลุดลอกมากกว่า ทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ดทั่วไป รวมทั้งอ่านหรือสแกนได้รวดเร็วกว่าบาร์โค้ดอีกด้วย

- Beacon เสาสัญญาณ Bluetooth แบบพลังงานต่ำ (Bluetooth Low Energy Beacon หรือ BLE Beacon) เป็นระบบส่งสัญญาณวิทยุ สามารถส่งชุดรหัสเฉพาะตัวให้กับ Bluetooth Gateway ที่อยู่ใกล้เคียง ใช้ในการติดตามเครื่องจักร สิ่งของ หรืออุปกรณ์ติดตัวที่อยู่ใกล้เสาสัญญาณนี้ได้แบบ Real-time

-
Wearables เทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในงานคลังสินค้ามีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ได้ แว่นตาอัจฉริยะ หูฟังระบบสั่งการด้วยเสียง สายรัดข้อมือที่สามารถติดตามตัวได้ และถุงมือที่สั่งงานด้วยนิ้วได้ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์และระบบที่หลากหลาย ช่วยให้พนักงานคลังสินค้าทำงานกับอุปกรณ์ IoT อื่นๆ เช่น ป้ายดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยีที่รองรับการบอกตำแหน่งโดยอัตโนมัติที่มีระบบเซ็นเซอร์ที่สื่อสารผ่านระบบ Wi-Fi หรือเสาสัญญาณต่างๆ อย่าง beacon ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกันเป็นระบบเดียวกัน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยคนได้ รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้กับทั้งพนักงานและผู้จัดการคลังสินค้า ทั้งยังช่วยในการติดตามตำแหน่งของบุคคลที่สวมใส่ได้อีกด้วย กระแสที่กำลังมาแรงคือการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยร่วมกับอุปกรณ์สวมใส่ เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียงที่เป็นการสื่อสารแบบไร้สาย ช่วยให้พนักงานคลังสินค้าสามารถหาและเบิกจ่ายสินค้าได้อย่างถูกต้อง เดิมทีระบบดังกล่าวนั้นทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์พกพาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนามาสู่สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ IoT ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แล้ว ทำให้การเบิกจ่ายสินค้าง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

การผสานแรงงานคนกับอุปกรณ์อัจฉริยะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับบริษัทในแวดวงโลจิสติกส์ เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามามีบทบาทในการทำงาน องค์กรต่างๆจำเป็นต้องเรียนรู้ระบบใหม่ๆ รวมทั้งเลือกลงทุนในระบบที่เหมาะสมกับงาน เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน และหากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องสร้างขั้นตอนงานที่ไร้รอยต่อและเป็นระบบให้มากที่สุด จึงจะเป็นการยกระดับคลังสินค้าสู่คลังสินค้าอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างแท้จริง

ในตอนต่อๆไปเราจะพาเจาะลึกประโยชน์ของ RFID, Beacon และ Wearables ที่ช่วยยกระดับงานบริหารคลังสินค้า
*สื่อโฆษณา/ชิ้นงาน ข้อความในบทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
The commercial, including articles and artworks shown is an intellectual property of Jenbunjerd Co.,Ltd.
Unauthorized reproduction is prohibited and may subject to criminal prosecution.

