ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)

EP.9 ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)

การลงทุนในระบบอัตโนมัติเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องศึกษาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่จะได้รับก่อน ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถประเมินความคุ้มค่าและ ROI ของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robots หรือ AMRs) ได้คร่าวๆ เราจะมาพิจารณาปัจจัยหลักๆที่มีผลต่อราคากัน 

  1. ประเภทของ AMRs และการใช้งาน งานที่ AMRs ต้องทำ จะเป็นตัวกำหนดรูปร่าง ขนาด วัสดุ และส่วนประกอบของ AMRs โดย AMRs ที่ใช้ขนสินค้าขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมากๆจะมีราคาสูงกว่า AMRs ตัวเล็กและรับน้ำหนักได้น้อย หรือยิ่งงานมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ AMRs ก็จะมีความซับซ้อนและมีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น AMRs มีหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์การทำงานเฉพาะทาง เช่น เป็น AMRs ที่ได้รับการออกแบบสำหรับการขนย้ายสินค้าแบบกล่องหรือลังเพียงอย่างเดียว หรือเป็นแบบเต็มแพลเลท AMRs บางรุ่นยังสามารถใช้ลากจูงสินค้าได้ด้วย
     
  2. จำนวนและขนาดฟลีท มูลค่าโครงการของ AMRs จะขึ้นอยู่กับจำนวน AMRs ที่ต้องใช้เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงาน เนื้องานที่ AMRs แต่ละตัวต้องทำก็ส่งผลถึงจำนวน AMRs ที่ต้องมีทั้งระบบด้วย ยิ่งงานที่ต้องทำใช้เวลามากหรือมีความซับซ้อนมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณ AMRs ที่ต้องมีก็จะต้องมากตามไปด้วย เช่น งานจัดเก็บหรือเบิกจ่ายสินค้าจากชั้นวาง หรือการตักหรือพ่วงชุดลาก จำเป็นที่จะต้องมีจำนวน AMRs มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นก็คือเม็ดเงินที่ต้องลงทุนมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนจำนวน AMRs มากๆ อาจจะคุ้มค่ามากกว่าก็เป็นได้ เพราะจำนวนงานเฉลี่ยต่อ AMRs ที่เหมาะสมจะทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากกว่า และการลงทุนในระบบควบคุมก็จะถูกลงเพราะมีตัว หารมากขึ้น เมื่อเทียบกับการลงระบบให้กับ AMRs เพียงตัวหรือสองตัว
     
  3. ซอฟต์แวร์ควบคุม 
    a.    ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์ควบคุม AMRs ก็ส่งผลเป็นอย่างมากต่อมูลค่าโครงการ หากระบบควบคุม AMRs เพียง 5-6 ตัว และเนื้องานไม่มีขั้นตอนซับซ้อน เช่น การย้ายสินค้าจากหน้าโรงงานไปยังคลังสินค้าที่อยู่ด้านหลังของโรงงาน และไม่ต้องมีการดัดแปลงระบบควบคุมหรือมีเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม และประหยัดค่าใช้จ่ายของโครงการได้มากถึง 15-20% ทีเดียว

    b.    จำนวน AMRs ทั้งหมดในโครงการก็ส่งผลต่อระยะเวลา จำนวนบุคลากรผู้ชำนาญการ รวมทั้งค่าใช้จ่าย Man-hour ในการติดตั้งและทดสอบระบบก่อนส่งมอบด้วย 

    c.    มีการเขียนซอฟท์แวร์เพิ่มเติมหรือไม่ ซอฟต์แวร์ควบคุมจะมีคุณสมบัติมาตรฐานในการบริหารเส้นทางของ AMRs อยู่แล้ว หากไม่ต้องออกแบบเส้นทางพิเศษ ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานได้เลย แต่โครงการที่ต้องการความสามารถในการทำงานขั้นสูง เช่น งานเบิกจ่ายสินค้าที่เชื่อมระบบ AMRs เข้ากับระบบเบิกจ่ายด้วยเสียง (Pick-to-Voice System) ที่ต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมสั่งการในคลังสินค้า (Warehouse Execution System) เพื่อบริหารการสั่งซื้อสินค้า การตัดสต๊อกและการเบิกจ่ายของทุกส่วนงาน ก็จะมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องมากขึ้นตามลำดับ

     
  4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้ระบบ AMRs ทำงานได้ราบรื่นที่สุด อาจจำเป็นต้องดัดแปลงโครงสร้างคลังสินค้าหรือเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานต่างๆ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรพิจารณาร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น การนำ AMRs มาใช้เคลื่อนย้ายสินค้าไปยังจุดต่างๆในคลังสินค้า โดยพ่วงกับรถเข็นหรือชุดพ่วง จำเป็นต้องดัดแปลงชุดลากเพื่อให้สามารถรองรับ AMRs ได้ หรือหากอุปกรณ์เดิมไม่สามารถดัดแปลงได้ ก็จำเป็นต้องสั่งซื้ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับ AMRs ใหม่หมด หรือหากต้องการให้ AMRs สามารถทำงานร่วมกับสายพานลำเลียงหรือชั้นวางได้ ก็ต้องมีการดัดแปลงระบบสายพานลำเลียงหรือออกแบบชั้นวางให้สามารถใช้งานร่วมกับ AMRs ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มักจะถูกมองข้าม ดังนั้นจึงควรจะเผื่องบประมาณสำรองสำหรับงานเพิ่มเติมเหล่านี้ด้วย

 

 

*สื่อโฆษณา/ชิ้นงาน ข้อความในบทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

The commercial, including articles and artworks shown is an intellectual property of Jenbunjerd Co.,Ltd.
Unauthorized reproduction is prohibited and may subject to criminal prosecution.