หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) ผู้ช่วยของพนักงานคลัง เพื่อผลลัพธ์ชั้นเยี่ยม : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) ผู้ช่วยของพนักงานคลัง เพื่อผลลัพธ์ชั้นเยี่ยม

หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) ผู้ช่วยของพนักงานคลัง เพื่อผลลัพธ์ชั้นเยี่ยม

หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robots หรือ AMRs) สามารถทดแทนการใช้แรงงานคนได้ก็จริง แต่ในบางกรณี AMRs ก็สามารถเป็นผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่มากกว่าที่จะมาทดแทนแรงงานคน วันนี้เราจะมาดูเคสตัวย่างคลังอะไหล่เครื่องบินของบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐฯที่ใช้ AMRs เป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยมให้กับเพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์

เคสตัวอย่างผู้ใช้งาน AMRs ที่ประสบความสำเร็จนี้เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านอะไหล่เครื่องบินแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ โดยได้ทดลองสั่งซื้อ AMRs 8 ตัวมาทำงานเบิกจ่ายอะไหล่ เพื่อกระจายไปยังฐานทัพอากาศทั่วประเทศ มาดูกันว่า AMRs ได้เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับพนักงานอย่างไร และปัจจัยแห่งความสำเร็จคืออะไร

พนักงานต้องร่วมด้วย 

เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถร่วมใช้งานระบบหุ่นยนต์ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ผู้จัดการโครงการจึงให้พนักงานร่วมตัดสินใจในการเลือกใช้ระบบด้วย พนักงานส่วนใหญ่รู้สึกดีที่ระบบหุ่นยนต์นั้นสามารถทำงานแบบ “ร่วมด้วยช่วยกัน” หรือ Collaborative Robotics (Co-Bot) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้กับพวกเขา เป็นการแสดงให้เห็นว่าระบบมาเพื่อช่วยงานจริงๆ ไม่ได้มาทดแทนงานของพวกเขา

AMRs มีหน้าจอแสดงผลพร้อมโปรแกรมที่ใช้งานง่าย ช่วยให้พนักงานอ่านคำสั่งต่างๆได้จากการเริ่มใช้งานเพียง 10 นาที การใช้งานระบบแบบเต็มรูปแบบอาจซับซ้อนมากกว่า แต่ก็ใช้เวลาอบรมเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าการทำงานผ่านกระดาษหรือระบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ที่ยาวนานกว่า

ในการสร้างสัมพันธ์ภาพระหว่าง AMRs และพนักงาน พนักงานได้ตั้งชื่อเล่นให้กับ AMRs แต่ละตัวด้วย เพราะมองว่าเป็นผู้ช่วยมากกว่าที่จะเป็นคู่แข่ง ชื่อของหุ่นยนต์เหล่านั้นได้แก่ หลุยส์ เอมี่ คีโอกิ และลิตเติ้ลโจ ซึ่งมาจากชื่อของทีมงานที่ช่วยติดตั้งระบบให้กับบริษัทแห่งนี้ การตั้งชื่อเล่นช่วยให้มีความรู้สึกผูกพันระหว่างการทำงาน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี การได้รับความร่วมมือจากพนักงานที่ใช้งานหุ่นยนต์ถือเป็นจุดสำคัญในการเริ่มโครงการอีกด้วย 

ผู้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

หลังจากที่ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานภายในคลังสินค้า และเชื่อมระบบ WMS เข้ากับ AMRs แล้ว พนักงานสามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้อย่างราบรื่น จำนวนพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ซ้ำซ้อนก็ลดลง ความรวดเร็วและความแม่นยำในการเบิกจ่ายดีขึ้นอย่างชัดเจน ความรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการที่ระยะทางในการเดินเท้าของพนักงานที่ลดลง เพราะ AMRs ช่วยแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด และจากการที่พนักงานสามารถดูคำสั่งเบิกจ่ายจาก AMRs ได้ ทำให้รู้ว่าต้องเบิกสินค้าอะไรจากตำแหน่งใด การเบิกจ่ายและยืนยันความถูกต้องก็ง่าย สำหรับศูนย์กระจายสินค้าที่มีสินค้ามากกว่า 100,000 SKU การนำ AMRs เข้ามาช่วยนั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ AMRs ยังช่วยนำ Pick Container ที่เบิกจ่ายสมบูรณ์แล้วไปยังสถานีเบิกจ่าย ช่วยให้พนักงานไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล เมื่อมีงานถัดไป หุ่นยนต์ตัวใหม่ก็จะเดินทางมาหาโดยอัตโนมัติพร้อมกับงานเบิกจ่ายใหม่ จากการสัมภาษณ์พนักงานที่ใช้ AMRs พบว่าช่วยลดความตึงเครียดในการทำงานได้มาก และพนักงานไม่อยากทำงานโดยไม่มี AMRs

การลงทุนที่คุ้มค่า

หลังจากใช้งาน AMRs ได้เพียง 9 เดือนบริษัทฯก็พบว่าสามารถคืนทุนแล้ว ทำให้บริษัทฯสนใจลงทุนในระบบนี้เพิ่มเติมในหน่วยงานอื่นๆ จุดที่น่าสนใจมากที่สุดคือความรวดเร็วในการเบิกจ่ายต่อรายการต่อชั่วโมงที่สูงขึ้นถึง 381% และช่วยลดเวลาในการทำงานที่เคยสูงถึง 70 ชั่วโมงต่อใบสั่งซื้อ ลงมาเหลือไม่ถึง 20 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการเบิกจ่ายแบบเดิม ทำให้คืนทุนได้เร็ว ถึงแม้ว่าชั่วโมงจะดูนานเมื่อเทียบกับคลังสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่สำหรับบริษัทแห่งนี้ที่ต้องดูแลอะไหล่เฉพาะสำหรับเครื่องบินและอุปกรณ์พิเศษต่างๆ พัฒนาการนี้ถือว่าเป็นการก้าวกระโดด และสร้างความพึงพอใจให้กับบริษัทและลูกค้าได้เป็นอย่างมาก

ผู้ช่วยพัฒนากลยุทธ์ข้อมูล 

อีกประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ AMRs คือการประมวลรายงานอัตโนมัติจากงานเบิกจ่าย ไปจนถึงจำนวนสินค้าคงคลัง และการเคลื่อนที่ต่างๆ หัวหน้างานสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปใช้เพื่อการปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน สามารถดูประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานแต่ละคนได้อย่างละเอียด ง่ายกว่าการจดบันทึกขั้นตอนการเบิกจ่ายสินค้าแบบธรรมดามาก เพราะหุ่นยนต์แต่ละตัวจะเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องแบบ Real-time ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ ใบสั่งซื้อที่ปิดไป หรือสินค้าอะไรบ้างที่มีการขนถ่าย ระยะเวลาในการขนถ่ายแต่ละรอบ ไปจนถึงพนักงานที่ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ตัวนั้นๆ โดยข้อมูลที่รวบรวมไว้สามารถนำมาสร้างระบบ “Gamification” เพื่อต่อยอดพัฒนาพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย ช่วยให้หัวหน้างานสามารถจัดอันดับของพนักงานที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุดผ่านระบบ Best Performer ได้

ในระยะยาว การใช้ AMRs จะช่วยพัฒนาระบบงานให้ตอบโจทย์กับเทรนด์การซ่อมบำรุงเชิงป้องกันในอุตสาหกรรมการบินได้ เพราะเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ มีเซ็นเซอร์และระบบต่างๆที่คอยตรวจสอบการทำงานและสุขภาพโดยรวมของเครื่องบิน หากจุดใดจุดหนึ่งเริ่มแสดงอาการที่อาจเกิดเป็นความเสียหายในอนาคต ระบบจะทำการสั่งซื้ออะไหล่สำรองเพื่อนำมาเปลี่ยนก่อนได้ ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ที่แท้จริง ระบบที่เชื่อมเครื่องบินอัจฉริยะร่วมกับการเบิกจ่ายสินค้าอัจฉริยะ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ได้ทันทีว่ามีการสั่งซื้ออะไหล่ชิ้นใดบ้าง มีการเบิกจ่ายและเตรียมส่งให้แล้วหรือไม่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการบินเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆได้เกือบทั้งหมด

บทสรุป

ทางเจนบรรเจิดขอแนะนำว่า การจะใช้ AMRs หรือ Smart Warehouse ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดนั้นต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการในการที่จะศึกษา ทำความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนระบบงานให้สอดรับกับการนำ AMRs เข้ามาใช้งานด้วย เพื่อให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือต้องให้พนักงานและหัวหน้างานที่จะต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์เหล่านี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย

 

 

*สื่อโฆษณา/ชิ้นงาน ข้อความในบทความนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด ผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

The commercial, including articles and artworks shown is an intellectual property of Jenbunjerd Co.,Ltd.
Unauthorized reproduction is prohibited and may subject to criminal prosecution.