ชี้เป้า..เลือกระบบ Robotic Palletizer เเบบที่ใช่ ตอบโจทย์การทํางาน : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
Robotic Palletizer แบบไหนที่

Robotic Palletizer แบบไหนที่

การรวมระบบหุ่นยนต์จัดเรียงสินค้าบนพาเลทอัตโนมัติ (Robotic Palletizer) เข้าไปในกระบวนการทำงานนั้นต้องพิจาณาหลายปัจจัย ได้แก่

  1. Reach (ระยะเอื้อม) ระยะเอื้อมของแขนกลคือระยะทางจากจุดกึ่งกลางของหุ่นยนต์ ไปยังจุดที่แขนกลยื่นไปได้ไกลที่สุด โดยปกติจะเป้นทรงกลม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเวลายกของขึ้นสูง 
  2. Payload (น้ำหนักที่ยกได้) มีหลายปัจจัยต้องคำนึงถึงเวลาพิจารณาถึงน้ำหนักที่แขนกลจะยกได้ ซึ่งน้ำหนักนี้จะต้องรวมถึงน้ำหนักมือจับ และสิ่งที่ต้องการจะยก โดย Payload ที่เอกสารระบุจะหมายถึง จุดศูนย์ถ่วงจะต้องอยู่ที่กึ่งกลางปลายแขนกลเท่านั้น ระยะที่ผิดไปจากนี้จะทำให้การรับน้ำหนักลดลง 
  3. Speed เป็นเรื่องยากที่จะจัดกลุ่มและเปรียบเทียบ เนื่องจากความเร็วมักจะแสดงในรูปของความเร็วของแต่ละข้อต่อ ซึ่งอยู่ในรูปความเร็วเชิงมุม (องศาต่อวินาที) มีหลายเคสที่จำเป็นต้องทำ simulation เพื่อให้สามารถพิสูจน์ความเร็วว่าได้ตามที่วางแผนไว้จริงหรือไม่ 
  4. จำนวนแกนของแขนกล ส่วนใหญ่จะใช้แขนกลแบบ 4 แกนเพราะเวลาสินค้าถูกหยิบจับไปวางเรียงบนพาเลทมักจะขนานกับพื้นอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่สินค้าต้องถูกจับหมุนหรือเอียง ควรจะเลือกแบบ 5-6 แกน
  5. มือจับ (End-of-Arm Tool หรือ EoAT) เป็นหัวใจของระบบหุ่นยนต์ ในหลายๆเคส EoAT จะเป็นตัวหยิบจับสินค้าเป็นคนสุดท้ายก่อนถึงมือลูกค้า ดังนั้นการหยิบจับสินค้าที่นุ่มนวล แม่นยำจึงมีความสำคัญมาก 





    ดังนั้นก่อนที่จะลงทุนซื้อ Robotic Palletizer คุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อนเพื่อให้คุณสามารถเลือกรูปแบบของหุ่นยนต์ แขนกล มือจับ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆที่จะตอบโจทย์การทำงานของคุณมากที่สุด

ด้านสินค้า

  • ขนาด รูปทรง วัสดุของสินค้า / บรรจุภัณฑ์ที่ต้องจัดเรียงมีทั้งหมดกี่แบบ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยให้คุณเลือก Reach (ระยะเอื้อม) และชนิดของแขนกลได้เหมาะสม
  • น้ำหนักของสินค้า จะช่วยให้คุณเลือก Payload ที่เหมาะสม
  • สินค้าแตกได้หรือไม่ มีมูลค่าสูงหรือไม่ เน้นเรื่องความเรียบร้อยสวยงามของชิ้นงานหรือไม่ เนื่องจากอุปกรณ์บางตัวอาจทำให้เกิดรูที่ shrink wrap หรือเกิดรอยบนบรรจุภัณฑ์
  • สินค้ามีรูปทรงที่มั่นคง ซ้อนกันได้หรือไม่ หรือไหลไปมาได้ 
  • จำนวน SKUs ต่อพาเลท 

ด้านบรรจุภัณฑ์

  • บรรจุภัณฑ์ของสินค้าสามารถรองรับน้ำหนักของตัวเองได้หรือไม่ หากไม่ได้ ก็ต้องมีการใช้ตัวซัพพอร์ตที่ด้านล่าง
  • บรรจุในกล่อง ถาด ลัง หรือเป็น shrink-wrapped bulk packaging
  • กล่องเปิดอย่างไร เป็นฝาแบบใด มีช่องที่ข้างกล่องหรือไม่ เป็นกล่องเปิด ติดกาว หรือติดเทป มี shrink wrap หรือไม่ ติด label หรือบาร์โค้ดหรือไม่ เช่น ในสถานการณ์ที่กล่องที่ถูกออกแบบไว้เพื่อดิสเพลย์สินค้าภายใน กล่องฝาเปิด หรือถาดที่ถูกหุ้มด้วยพลาสติกยืด การใช้มือจับ (EoAT) แบบหนีบข้าง หรือช้อนแล้วค่อยหนีบข้างจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า 




     
  • ชนิดของบรรจุภัณฑ์ชั้นที่สอง (Secondary Packaging) คืออะไร
  • หากเป็นถุง สิ่งที่บรรจุภายในมีลักษณะคงที่หรือต้องถูกวางแบบแบนราบบนพาเลท บรรจุเต็มหรือไม่ ทำจากวัสดุอะไร เป็นถุงกระดาษหรือพลาสติก มีการซีลหรือไม่ ซีลแบบใด เย็บติด หรือเชื่อมติดด้วยความร้อน 
  • เป็นการแพ็คแบบแน่นหนาหรือมีพื้นที่ด้านบนเหลือ ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับน้ำหนักเวลาถูกวางเรียงซ้อนกัน

ด้าน Layout ของสายการผลิต

  • มีพื้นที่เท่าไหร่ และตำแหน่งที่จะวาง Robotic Palletizer ภายในโรงงานอยู่ที่จุดใด
  • เส้นทางการไหลของสินค้า สินค้าจะไหลไปที่ Robotic Palletizer อย่างไร 
  • ระยะทางจากพื้นที่การบรรจุภัณฑ์ไปสู่การจัดเรียงบนพาเลท
  • จะมีสินค้าจากหลายไลน์ไหลไปที่ Robotic Palletizer หรือไม่
  • สายการผลิตต้องปรับเปลี่ยนได้ง่ายขนาดไหน คุณควรจะคิดเผื่อเพื่อให้ระบบสามารถยืดหยุ่นไปตามการออกผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ใหม่ในอนาคตเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการ retooling ในอนาคต

ด้านพาเลท

  • หุ่นยนต์ของคุณต้องมีการวางแผ่นรองระหว่างชั้น (Tier Sheet) หรือสลิปชี้ทหรือไม่ การวางแผ่นรองหรือพาเลทจะทำให้เวลาในการทำงานเพิ่มขึ้นและอาจต้องการอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม
  • การวางสินค้าบนพาเลท เป็นต่อสลิปชีท หรือเป็น unitized loads
  • แต่ละพาเลทวางสินค้าประเภทเดียว หรือหลายประเภท หรือปนๆกัน
  • พาเลทที่เรียงต้องใช้ในการดิสเพลย์สินค้าหรือไม่ ต้องจัดวางให้ตราหรือป้ายบอกรายละเอียดหันออกด้านนอกหรือไม่
  • แพทเทิร์นการจัดเรียงสินค้าบนพาเลทเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยแค่ไหน
  • จำนวนชนิดสินค้าและแพทเทิร์นการจัดเรียงที่แตกต่างกัน จำนวนชั้น ลักษณะโครงสร้างของแต่ละชั้น การหมุนของสินค้าแต่ละชั้นบนพาเลท
  • ต้องห่อพาเลทด้วยพลาสติกยืดหรือไม่ มีการใช้เครื่องพันพาเลทในกระบวนการทำงานด้วยหรือไม่



ด้านอื่นๆ

  • ความถี่ของการเปลี่ยน SKU ในแต่ละสายการผลิตเป็นเท่าไหร่
  • ไลน์การแพ็คของคุณต้องทำงานได้เร็วเท่าไหน อุปกรณ์ที่คุณเลือกจะส่งผลอย่างมากต่อความเร็วในการทำงาน ต้องตัดสินให้ได้ก่อนว่าจำนวนการจัดเรียงกล่องต่อนาทีที่ต้องการอยู่ที่เท่าไหร่ จะช่วยให้คุณเลือกชนิดของหุ่นยนต์ได้
  • มีการทำงานร่วมกันกับ AS/RS หรือไม่
  • คุณต้องการให้การตั้งโปรแกรมง่ายขนาดไหน ถ้าเป็นประเด็นสำคัญ การเลือกซอฟท์แวร์ robot programming จะมีความสำคัญมาก
  • คุณจะใช้ Robotic Palletizer ในการเรียงสินค้าบนพาเลทเท่านั้น หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นด้วย จะช่วยให้คุณเลือกชนิดของโรบอทและมือจับได้เหมาะสม อย่างมือจับแบบสูญญากาศที่มีการใช้งานที่หลากหลายในอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ก็จะไม่เหมาะกับงาน palletizing และ depalletizing เป็นต้น
  • ระยะเวลาในการหยิบจับและจัดเรียงสินค้า ระยะเวลาการไหลของสินค้า และงานอื่นๆที่ต้องทำ จึงจะสามารถทราบจำนวนแขนกลที่ต้องใช้
  • จะต้องถูกฉีดน้ำล้างด้วยหรือเปล่า