ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)

EP.9 ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)

Date : 2021-06-04

EP.9 ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)

การลงทุนในระบบอัตโนมัติเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องศึกษาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่จะได้รับก่อน ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถประเมินความคุ้มค่าและ ROI ของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robots หรือ AMRs) ได้คร่าวๆ เราจะมาพิจารณาปัจจัยหลักๆที่มีผลต่อราคากัน 

  1. ประเภทของ AMRs และการใช้งาน งานที่ AMRs ต้องทำ จะเป็นตัวกำหนดรูปร่าง ขนาด วัสดุ และส่วนประกอบของ AMRs โดย AMRs ที่ใช้ขนสินค้าขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมากๆจะมีราคาสูงกว่า AMRs ตัวเล็กและรับน้ำหนักได้น้อย หรือยิ่งงานมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ AMRs ก็จะมีความซับซ้อนและมีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น AMRs มีหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์การทำงานเฉพาะทาง เช่น เป็น AMRs ที่ได้รับการออกแบบสำหรับการขนย้ายสินค้าแบบกล่องหรือลังเพียงอย่างเดียว หรือเป็นแบบเต็มแพลเลท AMRs บางรุ่นยังสามารถใช้ลากจูงสินค้าได้ด้วย
     
  2. จำนวนและขนาดฟลีท มูลค่าโครงการของ AMRs จะขึ้นอยู่กับจำนวน AMRs ที่ต้องใช้เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงาน เนื้องานที่ AMRs แต่ละตัวต้องทำก็ส่งผลถึงจำนวน AMRs ที่ต้องมีทั้งระบบด้วย ยิ่งงานที่ต้องทำใช้เวลามากหรือมีความซับซ้อนมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณ AMRs ที่ต้องมีก็จะต้องมากตามไปด้วย เช่น งานจัดเก็บหรือเบิกจ่ายสินค้าจากชั้นวาง หรือการตักหรือพ่วงชุดลาก จำเป็นที่จะต้องมีจำนวน AMRs มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นก็คือเม็ดเงินที่ต้องลงทุนมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนจำนวน AMRs มากๆ อาจจะคุ้มค่ามากกว่าก็เป็นได้ เพราะจำนวนงานเฉลี่ยต่อ AMRs ที่เหมาะสมจะทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากกว่า และการลงทุนในระบบควบคุมก็จะถูกลงเพราะมีตัว หารมากขึ้น เมื่อเทียบกับการลงระบบให้กับ AMRs เพียงตัวหรือสองตัว
     
  3. ซอฟต์แวร์ควบคุม 
    a.    ความซับซ้อนของซอฟต์แวร์ควบคุม AMRs ก็ส่งผลเป็นอย่างมากต่อมูลค่าโครงการ หากระบบควบคุม AMRs เพียง 5-6 ตัว และเนื้องานไม่มีขั้นตอนซับซ้อน เช่น การย้ายสินค้าจากหน้าโรงงานไปยังคลังสินค้าที่อยู่ด้านหลังของโรงงาน และไม่ต้องมีการดัดแปลงระบบควบคุมหรือมีเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม และประหยัดค่าใช้จ่ายของโครงการได้มากถึง 15-20% ทีเดียว

    b.    จำนวน AMRs ทั้งหมดในโครงการก็ส่งผลต่อระยะเวลา จำนวนบุคลากรผู้ชำนาญการ รวมทั้งค่าใช้จ่าย Man-hour ในการติดตั้งและทดสอบระบบก่อนส่งมอบด้วย 

    c.    มีการเขียนซอฟท์แวร์เพิ่มเติมหรือไม่ ซอฟต์แวร์ควบคุมจะมีคุณสมบัติมาตรฐานในการบริหารเส้นทางของ AMRs อยู่แล้ว หากไม่ต้องออกแบบเส้นทางพิเศษ ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์มาตรฐานได้เลย แต่โครงการที่ต้องการความสามารถในการทำงานขั้นสูง เช่น งานเบิกจ่ายสินค้าที่เชื่อมระบบ AMRs เข้ากับระบบเบิกจ่ายด้วยเสียง (Pick-to-Voice System) ที่ต้องทำงานร่วมกับโปรแกรมสั่งการในคลังสินค้า (Warehouse Execution System) เพื่อบริหารการสั่งซื้อสินค้า การตัดสต๊อกและการเบิกจ่ายของทุกส่วนงาน ก็จะมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องมากขึ้นตามลำดับ

     
  4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้ระบบ AMRs ทำงานได้ราบรื่นที่สุด อาจจำเป็นต้องดัดแปลงโครงสร้างคลังสินค้าหรือเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานต่างๆ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรพิจารณาร่วมด้วย ตัวอย่างเช่น การนำ AMRs มาใช้เคลื่อนย้ายสินค้าไปยังจุดต่างๆในคลังสินค้า โดยพ่วงกับรถเข็นหรือชุดพ่วง จำเป็นต้องดัดแปลงชุดลากเพื่อให้สามารถรองรับ AMRs ได้ หรือหากอุปกรณ์เดิมไม่สามารถดัดแปลงได้ ก็จำเป็นต้องสั่งซื้ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับ AMRs ใหม่หมด หรือหากต้องการให้ AMRs สามารถทำงานร่วมกับสายพานลำเลียงหรือชั้นวางได้ ก็ต้องมีการดัดแปลงระบบสายพานลำเลียงหรือออกแบบชั้นวางให้สามารถใช้งานร่วมกับ AMRs ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มักจะถูกมองข้าม ดังนั้นจึงควรจะเผื่องบประมาณสำรองสำหรับงานเพิ่มเติมเหล่านี้ด้วย




EP.10 โอกาสและอัตราการคืนทุนของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs)read more


EP.9 ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) read more


EP.8 เลือกให้ตอบโจทย์! ปัจจัยในเลือกหุ่นยนต์เคลื่อนอัตโนมัติread more