EP.7 Internet of Things (IoT)

EP.7 Internet of Things (IoT) เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายเดียวกันรับข้อมูลแบบ Real time

Date : 2021-02-24

<p>EP.7 Internet of Things (IoT) เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายเดียวกันรับข้อมูลแบบ Real time</p>

Internet of Things (IoT)


หากต้องการให้ระบบอัตโนมัติทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ทุกอุปกรณ์และเครื่องจักรต้องสามารถสื่อสารถึงกันได้ ตั้งแต่รถยกอัตโนมัติ ระบบบริหารคลังสินค้าและสินค้าคงคลัง ไปจนถึงเจ้าหน้าที่คลังสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่ง Internet of Things หรือ IoT สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี การนำ IoT เข้ามาใช้งานคือการนำทุกอุปกรณ์เข้าสู่เครือข่ายเดียวกัน เพื่อให้สามารถสื่อสารและรับส่งข้อมูลถึงกันได้แบบทันที (Real-time) รวมทั้งเก็บข้อมูลสำคัญไปด้วย ตั้งแต่จำนวนปริมาณการผลิตสินค้า ปริมาณสินค้าคงคลัง การเข้าออกของสินค้า ฯลฯ 

 

 

ตัวอย่างหนึ่งในระบบ IoT ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายคือ การนำ RFID มาติดตั้งที่สินค้าหรือแพลเลท และติดตามแบบ Real-time Tracking ทำให้สามารถติดตามและมองเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆในคลังสินค้า ทั้งเรื่องสินค้าขาเข้า ระดับสต็อก ข้อมูลและสถานะของคำสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งการเห็นข้อมูลทุกอย่างทันทีตลอดเวลา ทำให้การตรวจสอบการทำงานต่างๆภายในคลังสินค้าเป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคลังสินค้าไปสู่จุดสูงสุด 

อีกหนึ่งเทคโนโลยีของ IoT ในคลังสินค้าที่น่าสนใจคือระบบการบริหาร Fleet แบบไร้สาย หรือระบบติดตามรถยก (Forklift Telematics) โดยใช้ระบบเซนเซอร์ต่างๆที่ติดตั้งอยู่บนรถยก และอาจมีเสาสัญญาณหรือตัวระบุพิกัด GPS ร่วมด้วย ทำให้สามารถติดตามการทำงานของรถยกได้ อย่างปัจจุบันรถยก Yale มีระบบติดตามคือ Yale Vision ที่ทำให้การบริหาร Fleet รถยกเป็นไปอย่างง่ายดาย สังเกตการทำงานได้ 360 องศา ทั้งตำแหน่งของรถยก รถยกกำลังทำงานอะไรอยู่ และสามารถวางแผนการซ่อมบำรุงรถยกแต่ละคันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้เห็นความเป็นไปได้ที่รถยกจะมีปัญหาหรือจุดเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ปรับปรุงการทำงานภายในคลังสินค้าได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์อื่นๆจากการใช้ IoT ได้แก่

  • ระบุตำแหน่งในการเบิกจ่ายได้ทันที ลดเวลาที่ใช้ในการค้นหาสินค้า
  • ช่วยให้การบริหารสินค้าคงคลังเป็นไปอย่างแม่นยำ
  • สามารถส่งข้อมูล Real-time เช่น สภาพอากาศหรือสภาวะต่างๆที่ส่งผลต่อความล่าช้าในการส่งสินค้าได้
  • ช่วยให้บริษัทสามารถส่งสินค้าผ่านจุดต่างๆได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
  • ลดโอกาสที่สินค้าหรืออุปกรณ์เสียหายหรือสูญหาย
  • สามารถชี้จุดอ่อนหรือความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานได้

 

นอกจากนี้ ด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ไม่เคยสามารถเก็บได้มาก่อน ผนวกกับโปรแกรมสำหรับ IoT ก่อให้เกิดนวัตกรรมคลังสินค้าใหม่ๆเช่น

 

  • การเก็บข้อมูลของสินค้า – ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ขนาด หรือตำแหน่งของสินค้า แบบเรียลไทม์
  • การควบคุมการใช้พลังงาน – ตั้งแต่การใช้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิอย่างง่ายๆ จนไปถึงระบบคิดค่าไฟแบบอัตโนมัติ ช่วยให้บริษัทสามารถปรับปรุงการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างตรงจุด
  • การตรวจจับความเสี่ยงต่างๆ – ระบบเซ็นเซอร์ตามจุดบอดต่างๆ หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ที่จะเป็นอันตรายในการเคลื่อนย้ายสินค้าได้ สามารถช่วยแจ้งเตือนพนักงานและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้
  • การตรวจสอบการเคลื่อนที่ภายในคลัง – ทุกความเคลื่อนไหวภายในคลังสินค้ามีทั้งคน สิ่งของ และเอกสาร การรับรู้ถึงการเคลื่อนที่ทุกย่างก้าวช่วยให้บริษัทสามารถเข้าใจถึงการทำงานอย่างแท้จริง และเป็นนวัตกรรมสำคัญที่บริษัทโลจิสติกส์ต้องนำมาใช้งาน

 

เทคโนโลยี IoT ได้เข้ามามีบทบาทในโลกของคลังสินค้าเป็นอย่างมาก เพราะทำให้การสื่อสารและความร่วมมือระหว่างคู่ค้าลื่นไหลมากขึ้น และจะยังคงเป็นที่นิยมต่อไปในทศวรรษหน้า ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น




EP.9 การจัดส่งภายในวันเดียว สนองความต้องการลูกค้าได้สูงสุด!

read more


EP.8 การพิมพ์แบบสามมิติ ผลิตสินค้าง่ายส่งถึงมือลูกค้าได้ทันที

read more


EP.7 Internet of Things (IoT) เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายเดียวกันรับข้อมูลแบบ Real time

read more