EP.3 ยืดอายุรถยก - วิธีการยืดอายุยางของรถฟอร์คลิฟท์ของคุณ : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
EP.3 ยืดอายุรถยก - วิธีการยืดอายุยางของรถฟอร์คลิฟท์ของคุณ

EP.3 ยืดอายุรถยก - วิธีการยืดอายุยางของรถฟอร์คลิฟท์ของคุณ

ยางรถฟอร์คลิฟท์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานภายในคลังสินค้าของคุณ รถที่มีสภาพยางที่ดีและพร้อมใช้งานจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า ทำงานได้อย่างปลอดภัย และช่วยลดค่าใช้จ่าย ดังนั้นการตรวจสอบและสังเกตสภาพยางก่อนที่จะเกิดความเสียหายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือวิธีการยืดอายุยางรถฟอร์คลิฟท์ของคุณ

 

 

 

 

  1. เลือกยางให้เหมาะสมกับงาน

    ยางรถฟอร์คลิฟท์ในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยางตัน ยางลม ซึ่งก็มีทั้งแบบยางดำธรรมดา หรือยางขาว เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ควรพิจารณาเลือกยางให้เหมาะสมกับงาน เช่น หากใช้งานนอกอาคารเป็นหลัก และต้องการความทนทาน ยางตันดำมักจะเป็นทางเลือกหลัก หากต้องการความนุ่มนวลอาจเลือกเป็นยางลม แต่ก็ต้องระวังเรื่องเศษวัสดุตามพื้นที่ใช้งาน และต้องคอยเติมลมยาง เป็นต้น


     
  2. อบรมการใช้งานอย่างถูกต้องให้กับผู้ขับขี่

    พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เหมาะสม นอกจากจะทำให้รถสึกหรอไว ยังทำให้ยางเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรด้วย ควรพิจารณาคอร์สอบรมพนักงานขับขี่ หรือปรึกษากับตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานรถได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย


     
  3. หมั่นตรวจสอบสภาพยางเป็นประจำ

    ถ้าเป็นไปได้ ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพยางของรถก่อนนำไปใช้งานทุกครั้ง หรืออย่างน้อยๆสัปดาห์ละครั้ง 

     
    Tips ตรวจสอบสภาพยาง 
    ควรใช้เวลาสั้นๆประมาณ 5-10 นาทีในการตรวจสอบล้อและยางของรถฟอร์คลิฟท์ทุกเส้นรวมทั้งจุดอื่นๆด้วย เช่น
    •    สังเกตดูว่ามีเศษวัสดุต่างๆติดอยู่ในตัวยางหรือไม่ 
    •    ดูรอบๆยางว่ามีรูรั่ว เนื้อยางลอกร่อนหรือฉีกขาดหรือไม่
    •    ถ้าเป็นล้อยางลม ตรวจสอบแรงดันลมและเติมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
    •    เช็คศูนย์ล้อของรถให้อยู่ในระดับตรง
    •    เช็คว่าระบบควบคุมและระบบเบรกทำงานปกติดีหรือไม่ หากดูสภาพแล้วไม่พร้อมใช้หรือไม่ปลอดภัย ควรแจ้งช่างซ่อมฯเพื่อทำการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนยางใหม่ก่อนนำรถไปใช้งาน


     

  4. สำหรับยางลม แรงดันลมต้องเหมาะสมกับยาง

    การเติมลมที่แน่นจนเกินไปอาจทำให้ยางระเบิดขณะใช้งานรถได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องยกสินค้าที่หนักมากๆในพื้นที่ที่ร้อนจัด (เนื่องจากการขยายตัวของยาง) กลับกัน หากแรงดันลมน้อยอาจทำให้ควบคุมรถได้ยากและอาจเกิดอุบัติเหตุ ควรเช็คแรงดันลมของรถก่อนนำไปใช้งานทุกครั้ง


     

  5. น้ำมันหล่อลื่น ช่วยลดการสึกหรอได้

    ระบบส่งกำลังและระบบเบรกจำเป็นต้องมีการหล่อลื่น เพื่อลดโอกาสเกิดการเสียดสีซึ่งทำให้การขับขี่กระตุก ส่งผลต่ออายุของยางรถ คอยเช็คและหล่อลื่นระบบดังกล่าวเป็นประจำ


     

  6. ปรับแรงเบรกให้เหมาะสม

    การใช้แรงเบรกมากจนเกินไปก่อให้เกิดความร้อนมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้เบรกเสื่อมไวแล้ว ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจทำให้ยางระเบิดเช่นกัน


     

  7. อย่ายกสินค้าเกินพิกัดของรถ

    การยกสินค้าที่มีน้ำหนักมากกว่าที่รถฟอร์คลิฟท์สามารถรับได้ นอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบยกของรถแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่ยางจะระเบิดได้อีกด้วย อีกกรณีที่ต้องระวังคือการยกสินค้าต้องกระจายน้ำหนักให้เหมาะสม ระวังเวลาเข้าโค้งหรือเลี้ยว เพราะน้ำหนักจะเทไปที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งมากเกินกว่าที่ยางจะรับไหว


     

  8. อย่ายกสินค้าไว้นานจนเกินไป

    การยกสินค้าทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานๆหลายชั่วโมงโดยที่รถไม่มีการเคลื่อนที่ อาจทำให้ยางเกิดการยุบตัวและเสียรูป ส่งผลต่อการสั่นสะเทือนเวลาขับขี่และการทำให้รถและสินค้าเสียหายได้ หากไม่ได้ใช้รถเป็นระยะเวลานานๆ ควรวางสินค้าลงเพื่อลดแรงและรักษารูปยาง


     

  9. พื้นที่ใช้งานต้องเรียบและสะอาด

    การนำรถฟอร์คลิฟท์เข้าไปใช้งานในพื้นที่ขรุขระ มีพื้นแตกหรือทรุดตัว จะทำให้ยางเสียหายอย่างรวดเร็ว ควรตรวจสอบและซ่อมบำรุงพื้นที่ใช้งานให้เรียบที่สุดเพื่อรักษาอายุของยางรถ และทำความสะอาด ไม่ให้มีเศษหิน เศษไม้หรือวัสดุต่างๆที่อาจทิ่มแทงยางจนเสียหายได้


     

  10. ระวังพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง

    การใช้รถฟอร์คลิฟท์ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงทำให้อายุของยางลดลงอย่างมาก หลีกเลี่ยงอย่าให้ยางโดนที่จุดมีความร้อนสูง เช่น หน้าเตาหลอม หรือ พื้นที่ที่มีประกายไฟ หากจำเป็นต้องใช้งานในพื้นที่ดังกล่าวควรพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความร้อนเพื่อช่วยยืดอายุของยาง


     

  11. ระวังอย่าให้โดนน้ำมัน

    ยางรถฟอร์คลิฟท์จะเสื่อมสภาพหากโดนน้ำมันหรือจารบี และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้ล้อหมุนฟรีอีกด้วย หากเผลอขับผ่านหรือมีน้ำมันหกใส่ ควรหยุดรถและรีบล้างคราบน้ำมันออกจากล้อทันที