หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMRs) ผู้ช่วยทดแทนแห่งอนาคต : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
EP.1 ตัวเลือกที่มาแรง! หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ หรือ AMRs

EP.1 ตัวเลือกที่มาแรง! หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ หรือ AMRs

งานบริหารคลังสินค้ามีความเปลี่ยนแปลงไปมากในทศวรรษที่ผ่านมา ความท้าทายใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำที่สูงขึ้น แรงงานขาดแคลน ไปจนถึงการส่งสินค้าภายในวันถัดไป ภายในวันเดียวกัน หรือภายในสองชั่วโมง ทำให้องค์กรต้องหาโซลูชั่นที่ดีที่สุดและเทคโนโลยีใหม่ๆในการตอบสนองลูกค้า รวมทั้งพัฒนาตัวเองเพื่อให้สามารถแข่งขันและทำกำไรได้ มีการคาดการณ์ว่า ศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลกจะนำระบบหุ่นยนต์มาใช้สูงถึง 4 ล้านตัวภายในปี 2025 (รวมหุ่นยนต์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์เบิกจ่ายสินค้า รถขนถ่ายวัสดุอัตโนมัติ ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ หรือ AS/RS ฯลฯ) โดยหุ่นยนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดก็คือ หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robots หรือ AMRs) ซึ่งกำลังเป็นทางเลือกที่มาแรง ท้าทายตลาดหุ่นยนต์เดิม 

AMRs ยุคแรกๆ ถูกพัฒนาและนำมาใช้โดย NASA เพื่อภารกิจอวกาศต่างๆ แต่ภายหลังได้มีการนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำยุคที่สุดซึ่งมีผู้เล่นในวงการเพียงไม่กี่ราย เน้นจำหน่ายให้กับบริษัท e-commerce ที่มีศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ หนึ่งในผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุด (Kiva) ก็ถูกลูกค้ารายใหญ่ที่สุดอย่าง Amazon ซื้อกิจการไปในปี 2013 (หลายคนอาจจะคุ้นตากับภาพหุ่นยนต์สีส้มสดใสที่ช่วยงานเบิกจ่ายในคลัง Amazon) หลังจากนั้น Amazon ก็ได้นำ AMRs แบบ Goods-to-person มาใช้งานภายในศูนย์กระจายสินค้ามากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งจากความสำเร็จนี้เอง ทำให้หลายบริษัทมองเห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดของ AMRs

 

 

AMRs เป็นหุ่นยนต์ขนิดใหม่ที่กำลังมาเปลี่ยนโฉมของนวัตกรรมระบบอัตโนมัติ แทนระบบหุ่นยนต์ดั้งเดิมด้วยการทำงานที่เหนือกว่า ยืดหยุ่นกว่า และทำงานได้หลากหลาย โดย AMRs สามารถหาเส้นทางในสภาพแวดล้อมได้เองโดยอิสระ ไม่จำเป็นต้องมีบุคลากรมาควบคุมหรือวางเส้นทางให้ล่วงหน้า AMRs มีเซ็นเซอร์ชั้นสูงต่างๆที่สามารถตรวจสอบพื้นที่โดยรอบได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว รวมทั้งสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางในบริเวณพื้นที่ทำงานต่างๆได้เอง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่ตั้งขวางทาง ตัวอาคาร ชั้นวาง หรือแม้แต่สิ่งกีดขวางที่ออกมาเป็นระยะๆ เช่น รถยกคันอื่นๆ พนักงานที่เดินตัดหน้า กองขยะและของเสีย เป็นต้น

ในปัจจุบันการใช้งาน AMRs มีหลายประเภท เช่น การนำสินค้ามาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ (Goods-to-person) โดย AMRs ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายชั้นวางขนาดใหญ่ไปยังสถานีเบิกจ่าย หรือทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงาน โดยการเดินตามเวลาพนักงานเบิกจ่ายสินค้าจากชั้นวาง เพื่อลดเวลาการเดินของพนักงาน และลดความเมื่อยล้าจากการขนถ่ายสินค้า ในอนาคตอาจมีการใช้ AMRs ร่วมกับหุ่นยนต์ประเภทอื่นๆ เช่นแขนกลในการเบิกจ่าย เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคนไปได้อีกหนึ่งตำแหน่ง 

การพัฒนาคุณสมบัติของ AMRs ที่มีต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ยิ่งในปัจจุบันสามารถติดตั้งและใช้งานได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆทำงานได้คล่องตัวและแตกแขนงออกไปมากกว่าที่เคย หลายบริษัทได้พัฒนา AMRs เพื่อทดแทนการใช้งานรถยกให้รับน้ำหนักสินค้าได้ถึง 1000 ก.ก. มีระบบควบคุมติดตั้งอยู่มากมาย ทั้งเลเซอร์สแกนเนอร์ กล้อง 3 มิติ และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่อ่านภาพจากกล้อง ซึ่งทำหน้าที่สังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว และกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน โดยจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง หรือมีคนเดินตัดหน้า และสังเกตพื้นที่ว่างเพื่อให้สามารถวิ่งต่อได้อย่างปลอดภัย และยังทำให้สามารถจับหรือตักสินค้าได้เกือบทุกประเภทและทุกขนาด โดยการสังเกตและประมวลผลโดย Machine Vision และเซ็นเซอร์ต่างๆบนตัวหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์ประเภทนี้มีความสามารถที่เหนือกว่าระบบอัตโนมัติดั้งเดิมที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเฉพาะ เพราะตัวฐานที่ยื่นได้สามารถเคลื่อนที่เข้ามาในรถบรรทุกและเข้าถึงสินค้าที่อยู่ลึกได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่

นอกจากนี้ AMRs ในปัจจุบันยังมีการเพิ่มขีดความสามารถด้วยการทำงานร่วมกับระบบหุ่นยนต์อื่นๆ เป็นแบบ Hybrid System เช่น หุ่นยนต์ที่นำสินค้าออกจากรถบรรทุก เชื่อมกับสายพานลำเลียงสินค้าไปยังระบบแขนกล หรือ Palletizer เพื่อให้ทุกขั้นตอนในการทำงานเป็นอัตโนมัติทั้งหมด 

ด้วยคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดาของ AMRs ทำให้มีใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งคลังสินค้าและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ โรงงานประกอบรถยนต์ อากาศยาน ชิ้นส่วนอิเล็กโทรนิคส์ โรงพยาบาล ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่กำลังเจริญเติบโตและกำลังหาโอกาสในการขยายตลาด เพราะพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพการบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภาพ ความรวดเร็ว การเคลียร์สินค้าออกจากสต๊อก และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

นักวิเคราะห์มองว่าตลาด AMRs เป็นตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง และสูงกว่าระบบอัตโนมัติแบบตายตัวในคลังสินค้าบางประเภท โดยในปี 2018 AMRs มีขนาดตลาดใหญ่ถึง 650 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีโอกาสโตมากถึงสิบเท่าภายในปี 2025 ด้วยมูลค่าถึง 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยอัตราการเจริญเติบโตถึง 37% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของ e-commerce ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าภายในวันเดียว (Same-day Delivery) และการสั่งซื้ออาหารสดออนไลน์ (Online Groceries) ซึ่งยิ่งเพิ่มความต้องการในการใช้ระบบอัตโนมัติ 

อุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ไม่สามารถพึ่งระบบดั้งเดิมที่ตายตัว ราคาสูงและคุณสมบัติต่ำได้ และก็ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายด้านแรงงานได้มากๆเช่นกัน AMRs จึงเป็นเป็นผู้ช่วยแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งการลงทุน ความคุ้มค่า ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพที่สูงกว่า ในที่สุดถึงจุดหนึ่งก็จะกลายเป็นมาตรฐานของระบบอัตโนมัติที่ทุกองค์กรต้องเลือกใช้งาน