COVID-19 กำลังพลิกโลกของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างไร? : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
<p>แรงงานคนจะกลับมามีความสำคัญหรือไม่..?</p>

แรงงานคนจะกลับมามีความสำคัญหรือไม่..?

COVID-19 กำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และทำให้เล็งเห็นถึงจุดอ่อนของโมเดลห่วงโซ่อุปทานที่เป็นอยู่ ที่หลายองค์กรพึ่งพาแหล่งผลิตเพียงแหล่งเดียวคือประเทศจีน ซัพพลายเชนแบบเดิมใช้ไม่ได้อีกแล้วหลังวิกฤตโคโรน่า โมเดลอนาคตของโลกห่วงโซ่อุปทานต้องลำดับความสำคัญกันใหม่ กระแสหลักของโลกห่วงโซ่อุปทานในโลกยุคหลังโควิทอาจไปในแนวทางใดได้บ้าง ลองมาดูกันในตอนที่ 2 ของ COVID-19 กำลังพลิกโลกของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างไร?

 

แรงงานคนจะกลับมามีความสำคัญ?
จากการที่ COVID-19 ส่งผลให้อัตราการว่างงานทะยานสูงขึ้นทั่วโลก บางอุตสาหกรรมหลักกลับประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น วงการ Healthcare เกษตรกรรม และกลุ่มอาชีพจำเป็นเช่น เจ้าหน้าที่คลังสินค้า อย่าง Amazon ประกาศรับสมัครตำแหน่งงานกว่า 100,000 ตำแหน่งในศูนย์กระจายสินค้าทั่วสหรัฐฯ เพื่อรองรับกับอุปสงค์ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการเกิดโรคระบาด ขณะที่ในประเทศจีน การเริ่มกลับมาทำงานในโรงงานก็ผ่อนคลายความตึงเครียดในโลกของซัพพลายเชนลงมาบ้าง มนุษย์จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลห่วงโซ่อุปทานของโลกทั้งในระหว่างวิกฤตและหลังจากนี้ไป

 

 

จากที่เคยเชื่อกันว่ามนุษย์จะถูกแทนที่ด้วย AI และระบบอัตโนมัติจะกลายเป็นกำลังหลักในห่วงโซ่อุปทาน แต่กลับกลายเป็นว่าความเชื่อนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่ออีลอน มัสค์ได้เปิดสายการผลิตรถเทสล่าที่ใช้ระบบอัตโนมัติ 100% ขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Silicon Valley กลับพบว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถทำงานตามที่วางแผนไว้ เพราะหุ่นยนต์ไม่สามารถทำงานทั่วๆไปบางอย่างได้เช่นการประกอบน็อต หรือติดตั้งกรอบประตูรถ จึงต้องกลับมาเพิ่มแรงงานมนุษย์กลับเข้าไปในสายการผลิตบางส่วน เพื่อลดขั้นตอนบางอย่างลง 

 

 

แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป AI และ Machine Learning จะทำให้งานหลายๆชนิดสามารถทำได้โดยหุ่นยนต์ อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของการส่งสินค้าในธุรกิจออนไลน์ทุกวันนี้ก็คือการขาดแคลนคนขับมืออาชีพและระบบการควบคุมติดตามชิปเม้นท์ที่มีประสิทธิภาพ ศูนย์กระจายสินค้าอาจเปลี่ยนไปใช้ระบบอัตโนมัติที่มีความรวดเร็วและรับมือกับปริมาณความถี่ได้ดียิ่ง แต่เราก็ยังต้องใช้คนขับรถส่งสินค้า คนบังคับโดรน คนที่จะมาบริหารระบบรถบรรทุกแบบไร้คนขับ การขนส่งแบบ last mile เพื่อส่งมอบสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าหลายๆจุดไปยังลูกค้าแต่ละรายนั้นมีความสำคัญมาก และด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ตอนนี้ ทั้งหมดยังคงต้องทำด้วยมนุษย์

แทนที่จะมองแรงงานเป็น commodity องค์กรควรเล็งเห็นว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่สามารถยืดหยุ่นและปรับตัวให้รับมือกับวิกฤตได้ จากการขาดแคลนหน้ากาก N95 ทำให้ผู้ผลิตต้องเปิดไลน์การผลิตใหม่เพื่อให้รองรับกับความต้องการที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว การเปิดไลน์การผลิตใหม่ หรือการปรับเปลี่ยนไลน์ปัจจุบันที่มีอยู่ต้องอาศัยประสบการณ์ของมนุษย์เป็นอย่างมาก อย่างสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง ต้องมีคนงานประกอบถึง 80 หน่วย ดังนั้นการย้ายฐานการประกอบจากจีนไปยังเม็กซิโก ต้องฝึกคนงาน 80 ตำแหน่งเพื่อให้สามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้ หลังวิกฤต COVID-19 มุมมองที่มีต่อแรงงานควรมองในมิตินี้ด้วย

 

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว เมื่อกระบวนทั้งหมดสามารถเดินด้วยระบบอัตโนมัติ  องค์กรจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นโดยสามารถนำการผลิตเข้ามาใกล้ตลาดมากขึ้น นอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกแล้ว ยังมีประโยชน์อื่นๆเช่นความเร็วในการทำการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ความเร็วในการตอบสนองต่อคำสั่งซื้อของลูกค้าและความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น 

 

Additive Manufacturing หรือ การผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ (การพิมพ์ 3 มิติ) กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์และประเภทของวัสดุที่ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนสามารถปรับแต่งและผลิตตามความต้องการ วิธีนี้คาดว่าจะใช้อย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเนื่องจากมีประสิทธิภาพมากขึ้นและคุ้มค่ามากขึ้น จากข้อมูลของตัวแทนจาก EOS ผู้ผลิตระบบสำหรับการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ การดำเนินงานการพิมพ์ 3 มิติแบบอัตโนมัติครั้งแรกนั้นอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและคาดว่าจะสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ภายในสามปีข้างหน้า

 

 

โปรดติดตามต่อในตอนหน้า ซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายของบทความ COVID-19 กำลังพลิกโลกของห่วงโซ่อุปทานอย่างไร?