5 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการลงระบบ AS/RS : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
<p>ปัจจัยหลักๆที่ส่งผลต่อต้นทุนการลงระบบ AS/RS มีอะไรบ้าง มาดูกัน</p>

ปัจจัยหลักๆที่ส่งผลต่อต้นทุนการลงระบบ AS/RS มีอะไรบ้าง มาดูกัน

การทำงบประมาณโครงการขนาดใหญ่จะง่ายกว่ามากหากคุณทราบว่าปัจจัยที่จะส่งผลต่อราคามีอะไรบ้าง ดังนั้นคุณควรมีความเข้าใจปัจจัยต่างๆที่จะส่งผลถึงต้นทุนด้วย ต้นทุนของการลงระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ (AS/RS) จะแตกต่างกันตามอุตสาหกรรมและระบบการทำงาน แต่ปัจจัยหลักๆที่ส่งผลต่อต้นทุนการลงระบบ AS/RS จะมีอยู่ 5 ประการดังนี้ 
 


 

  1. พื้นที่แนวดิ่งของคลังที่เป็นที่โล่งหรือไม่ 
    พื้นที่ในแนวดิ่งที่เป็นที่โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง จะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลถึงต้นทุนการลงระบบ AS/RS เพราะยิ่งสร้างให้สูงได้เท่าไหร่ ต้นทุนการจัดเก็บต่อตารางเมตรก็จะยิ่งถูกลงเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าระบบ AS/RS ที่เตี้ยเมื่อเทียบแล้วจะมีต้นทุนการจัดเก็บต่อตารางเมตรที่แพงกว่าระบบที่มีความสูงมากกว่า เพราะส่วนประกอบที่มีมูลค่าสูงที่สุดของระบบ AS/RS อยู่ที่ชิ้นส่วน retrieval/storage ซึ่งเป็นส่วนที่เคลื่อนไหว ดังนั้นการเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บแนวดิ่งจะถูกกว่าการเพิ่มช่องของ AS/RS ยิ่งคุณมีพื้นที่ในแนวดิ่งที่เป็นที่โล่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่องบประมาณของคุณ

     
  2. สภาพการทำงานของบริเวณที่จะลงระบบเป็นอย่างไร 
    สภาพการทำงานของบริเวณที่จะลงระบบก็ส่งผลต่อต้นทุนการลงระบบเช่นกัน AS/RS ที่ทำงานในคลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้าที่อุณหภูมิปกติมักจะเป็นกลุ่มที่ราคาถูกที่สุด ขณะที่คลังที่สภาพการทำงานมีลักษณะพิเศษ เช่น เป็นห้องเย็น แช่แข็ง คลีนรูม หรือมีสภาพอันตราย (เช่นฝุ่น เคมี สารพิษ วัตถุระเบิด) จะเป็นกลุ่มที่มีราคาสูงที่สุด ค่าใช้จ่ายที่แตกต่างหลักๆคือวัสดุและค่าติดตั้ง AS/RS ซึ่งต้องสามารถทนต่อสภาพการทำงานเหล่านั้นได้ 

     
  3. น้ำหนักและขนาดของชิ้นงาน และคุณภาพการจัดการดูแลชิ้นงานว่าต้องระดับใด
    ขนาดของชิ้นงานมีผลต่อราคาของระบบเป็นอย่างมาก เพราะขนาดของชิ้นงานจะเป็นตัวตัดสินว่าคุณต้องใช้ AS/RS ประเภทใด การลงระบบ Unit Load AS/RS (ซึ่งใช้เคลื่อนย้ายแพลเลท กล่อง Gaylord ถัง ลังขนาดใหญ่) มักจะแพงกว่า Mini-Load หรือ Shuttle System (ซึ่งใช้เคลื่อนย้ายกล่อง ลัง) ราคาที่ต่างกันเป็นเพราะ Unit Load AS/RS สามารถรับมือกับปริมาณสินค้าที่สูงกว่าและมีน้ำหนักมากได้ดีกว่า การเคลื่อนย้ายชิ้นงานที่มีน้ำหนักมากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความทนทานสูง ระบบที่ใหญ่กว่า ภาพรวมจึงทำให้ราคาสูงกว่า ในทางกลับกัน Mini-Load หรือ Shuttle AS/RS สามารถรับมือกับปริมาณสินค้าในแต่ละครั้งได้ในปริมาณที่น้อยกว่า ซึ่งมักจะเป็นกล่องและลัง ทำให้สามารถใช้อุปกรณ์ที่ทนทานน้อยกว่า เล็กกว่า ซึ่งมักจะถูกกว่า 










     
  4. ระบบการทำงาน การเข้าออกของสินค้าคงคลังเป็นอย่างไร 
    กระบวนการทำงานการเข้าออกของสินค้าคงคลังจากระบบ AS/RS ก็มีผลทางอ้อมต่อภาพรวมของราคาโครงการด้วย การเคลื่อนย้ายสินค้าด้วยรถเข็นหรือรถยกจะลงทุนเบื้องต้นน้อยกว่ามาก ขณะที่คอนเวย์เยอร์ กระสวย (Shuttle Car) หรือ AGVs ต้องลงทุนเบื้องต้นสูงกว่ามาก

     
  5. โครงสร้างเป็นอาคารโครงเหล็กทั่วไปหรือเป็นแบบใช้โครงสร้างของชั้นวางเป็นโครงสร้างอาคารไปด้วย
    หากคุณกำลังพิจารณาลงระบบ AS/RS โดยเป็นส่วนหนึ่งของคลังสินค้าใหม่ ชนิดของอาคาร (ที่มีอยู่แล้ว หรือที่คุณกำลังวางแผนจะสร้าง) จะมีผลต่อราคาเป็นอย่างมาก เช่น หากเลือกที่จะสร้างเป็นอาคารแบบ rack-supported ที่ใช้โครงสร้างของชั้นวางเป็นโครงสร้างอาคารไปด้วย (ซึ่งสูงถึง 36.5 ม.) จะสามารถประหยัดกว่าอาคารโครงเหล็กแบบดั้งเดิม (สูงประมาณ 12 ม.) เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเพราะว่าอาคารแบบ rack-supported จะได้พื้นที่การจัดเก็บต่อตารางเมตรรวมที่มากกว่าเมื่อเทียบกับอาคารแบบดั้งเดิมที่เตี้ยกว่า เพราะการวาง layout ของระบบชั้นวางที่ใช้ในอาคารแบบดั้งเดิมจะถูกกำหนดด้วยเสารองรับโครงหลังคาจำนวนมากตลอดทั้งอาคาร ขณะที่อาคารแบบ rack-supported ที่ทำงานร่วมกับระบบ AS/RS จะสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างในอากาศด้วยโครงสร้างรองรับหลังคาที่ตอบโจทย์กว่า (ซึ่งทำให้การดีไซน์ระบบชั้นวางมีอิสระมากกว่า) และส่งผลให้มีปริมาณการจัดเก็บที่สูงกว่าแต่ใช้พื้นที่น้อยกว่า 





    เมื่อคุณต้องลงระบบ AS/RS ในคลังสินค้าของคุณ ทุกอย่างตั้งแต่ความสูงของระบบ ไปจนถึงสภาพแวดล้อมการทำงาน ขนาดและชนิดของชิ้นงาน ล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงต้นทุนของคุณ อย่างไรก็ตามปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงตัวที่จะส่งผลต่อต้นทุนเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งเป็นการมองเพียงด้านเดียว ดังนั้นในการพิจารณาคุณจึงควรมองในมิติที่ว่า AS/RS สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความแม่นยำในการควบคุมสต็อก และการประหยัดจากค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงและการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 

    วิธีที่จะได้ภาพที่ชัดเจนที่สุดว่าต้นทุนในการลงระบบ AS/RS ที่แท้จริงอยู่ที่เท่าไหร่ คือการขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่คุณไว้วางใจได้ สนใจรับคำปรึกษาจากมืออาชีพด้านคลังสินค้าอัตโนมัติ 

    หากคุณสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถกดปุ่ม Contact ด้านล่าง