เทียบประเภทรถยกแบบเห็นๆ แบบไหนที่คุณต้องการจริงๆ

ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเลือกรถยกที่เหมาะกับการทำงานของคุณมากที่สุด!

Date : 2020-08-25

ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเลือกรถยกที่เหมาะกับการทำงานของคุณมากที่สุด!

รถยก หรือ รถฟอร์คลิฟท์ ถือว่าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำงานในโรงงานและคลังสินค้าเกือบทุกแห่ง โดยมีหน้าที่หลักในการขนถ่ายหรือจัดเก็บสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์เข้าคลัง หรือการตักสินค้าลงจากชั้นวางเตรียมขึ้นรถบรรทุกเพื่อจัดส่งให้กับลูกค้า ปัจจุบันรถยกในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อและประเภทให้เลือกใช้งาน ปัจจัยหลักๆที่ต้องพิจารณา ได้แก่ พื้นที่ในการใช้งาน น้ำหนักของโหลดที่ต้องยก ความสูงของชั้นวาง รูปแบบสินค้าที่ยก และชนิดเชื้อเพลิงของรถยก เป็นต้น วันนี้เรานำข้อมูลของรถยกทั้ง 3 ชนิดมาเปรียบเทียบ เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกรถยกที่เหมาะกับการทำงานของคุณมากที่สุด

 

 

รถยกไฟฟ้า
หากการทำงานส่วนใหญ่เป็นงานภายในอาคาร รถยกไฟฟ้าจะตอบโจทย์มากที่สุด รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้ามีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว แต่ก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน

 

 

ข้อดี ข้อเสีย
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนสึกหรอที่ต้องเปลี่ยนตามอายุมากเหมือนกับรถเครื่องยนต์
  • ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟแบตเตอรี่ถูกกว่าการเติมเชื้อเพลิงทั่วไป
  • ไม่มีไอเสียหรือมลภาวะ เนื่องจากใช้แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์
  • เสียงรบกวนน้อยกว่า
  • ขนาดรถเล็กกว่า เนื่องจากใช้แบตเตอรี่เป็นตัวถ่วงน้ำหนักแทนการใช้เหล็กถ่วงท้ายรถ
  • รุ่นพิเศษสามารถทำงานในห้องเย็นและห้องแช่แข็งได้ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหาร
  • สำหรับรถกลุ่ม Reach Truck ไฟฟ้า สามารถยกที่ความสูงมากๆได้ (10 เมตรขึ้นไป)
  • ลงทุนเบื้องต้นต้นสูงกว่ารถยกเครื่องยนต์ เนื่องจากมูลค่าแบตเตอรี่ที่สูง
  • ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานนอกอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาฝนตกหรือในพื้นที่ที่มีน้ำขัง
  • น้ำหนักในการยกจำกัด โดยเริ่มต้นที่ 1 ตันและสูงสุดไม่เกิน 3-4 ตัน
  • การชาร์จแบตใช้เวลามากกว่าการเติมเชื้อเพลิงแบบอื่น
  • หากใช้งานต่อเนื่องต้องมีแบตเตอรี่สำรอง
  • ต้องมีพื้นที่สำหรับห้องชาร์จแบตเตอรี่
  • ต้องมีการดูแลรักษาแบตเตอรี่เป็นประจำทุกวัน เช่น การชาร์จ การเติมน้ำกลั่น ฯลฯ

 

 

รถยกเบนซิน / LPG

หากต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร รถยกเบนซิน / LPG ก็จะเหมาะสมมากที่สุด

 

 

ข้อดี ข้อเสีย
  • ลงทุนเบื้องต้นต้นต่ำที่สุด เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
  • มลภาวะค่อนข้างน้อย เนื่องจากก๊าซ LPG เผาไหม้ได้หมดจด และมี Catalytic Converter ที่ช่วยฟอกไอเสียได้
  • เงียบกว่าแบบดีเซล 
  • เหมาะกับการใช้งานหลายกะ เพราะสามารถเติมน้ำมัน หรือเปลี่ยนถังก๊าซได้อย่างรวดเร็ว
  • กำลังเครื่องและความเร็วในการขับขี่ดีกว่ารถยกไฟฟ้า ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าคล่องตัวยิ่งกว่า 
  • มีขนาดน้ำหนักยกให้เลือกมากกว่ารถยกไฟฟ้า (1-7 ตัน)
  • เป็นที่นิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย ซึ่งหมายความว่าหาซื้อง่ายทั้งรถและอะไหล่
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงมากกว่ารถไฟฟ้า เนื่องจากมีอะไหล่สิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามรอบการดูแลรักษาที่มากกว่า
  • ต้องมีการจัดเตรียมถัง LPG สำรองอย่างสม่ำเสมอ
  • การถอดเปลี่ยนถัง LPG ยุ่งยากกว่าการเติมน้ำมัน
  • ถัง LPG อาจบดบังทัศนวิสัยด้านหลังรถ

 

 

รถยกดีเซล

ถ้าเปรียบรถยกแบบนี้ว่าเหมือนสัตว์ชนิดไหน ก็ต้องบอกว่าเหมือนกับวัว เพราะสามารถรับมือกับงานหนัก แรงดี วางใจได้ 

 

 

ข้อดี ข้อเสีย
  • เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคาร ทนต่อทุกสภาพอากาศ
  • มีขนาดการรับน้ำหนักให้เลือกหลากหลายที่สุด ตั้งแต่ 1.5 ตันจนไปถึง 40 ตัน
  • กำลังเครื่องยนต์และแรงบิดดีที่สุด ไม่มีปัญหากับการขนสินค้าไต่สโลป ขึ้นทางชัน
  • ซ่อมบำรุงง่ายกว่า เพราะเครื่องยนต์กลไกซับซ้อนน้อยกว่ารถชนิดอื่น 
  • หน้าปัดแสดงระดับเชื้อเพลิงสังเกตได้ง่ายเมื่อเหลือน้อยทำให้เติมเชื้อเพลิงเพื่อทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว
  • เหมาะกับการใช้งานเฉพาะภายนอกอาคารเท่านั้นเพราะก่อมลภาวะทางเสียงและอากาศสูงกว่ารถยกประเภทอื่น
  • ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานค่อนข้างสูง เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงกว่าไฟฟ้าและ LPG
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงมากกว่ารถไฟฟ้า เนื่องจากอะไหล่สิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามรอบการดูแลรักษาที่มากกว่า

 

นอกจากชนิดเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่ต้องพิจารณาด้วย ติดตามต่อได้ในตอนถัดไป

หากคุณสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถกดปุ่ม Contact ด้านล่าง




EP.2 ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ผู้ช่วยงานจัดเก็บที่ขับเคลื่อนสินค้าไม่ให้หยุดนิ่ง read more


EP.1 ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ผู้ช่วยงานจัดเก็บที่ขับเคลื่อนสินค้าไม่ให้หยุดนิ่ง read more


คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อคลังสินค้าแห่งอนาคต!read more