คิดจะลงทุนกับรถฟอร์คลิฟท์ทั้งที ต้องเอาให้คุ้ม!

รถฟอร์คลิฟท์ถือว่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินลงทุนที่สำคัญของคลังสินค้า อ่านต่อ..

Date : 2020-08-20

รถฟอร์คลิฟท์ถือว่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินลงทุนที่สำคัญของคลังสินค้า อ่านต่อ..

รถฟอร์คลิฟท์ถือว่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินลงทุนที่สำคัญของคลังสินค้า ในท้องตลาดมีตั้งแต่ราคาไม่กี่แสนบาทไปจนถึงหลักสิบล้านบาท ทำไมราคาจึงได้ต่างกันขนาดนั้น? อะไรที่ส่งผลต่อราคาของรถฟอร์คลิฟท์? เรามาดูกัน

การเลือกซื้อรถฟอร์คลิฟท์ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งานมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากในท้องตลาดมีรถหลากหลายรุ่นและยี่ห้อ วันนี้เรามาช่วยคุณทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของรถฟอร์คลิฟท์เพื่อให้เลือกซื้อรถฟอร์คลิฟท์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณอย่างแท้จริง

  1. ยิ่งรถมีความสามารถมาก ราคาก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย

  • รถฟอร์คลิฟท์ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะสามารถรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 1.5 ถึง 3.5 ตัน โดยรถใหม่จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ไม่กี่แสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาท
  • รถที่สามารถรับน้ำหนักได้มากๆ ก็จะมีค่าตัวที่สูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ต้องลงทุนเกินความจำเป็น ผู้ใช้งานควรพิจารณาขนาดและน้ำหนักของสินค้าที่จะยกให้ชัดเจน
  • หากในคลังของคุณมีสินค้าหลายประเภทและมีน้ำหนักที่แตกต่างกันมาก ควรพิจารณารถที่สามารถรับน้ำหนักของสินค้าที่หนักที่สุด และเผื่อน้ำหนักเพิ่มเติมไปด้วย เช่น สินค้าหนัก 2 ตัน คุณควร
  • เลือกซื้อรถขนาด 2.5 ตัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลากหลายและตอบโจทย์การทำงานในระยะยาว
  • ความสูงในการยกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อราคา โดยเฉพาะรถที่มีเสายกสูงมากๆ เกิน 6 เมตรขึ้นไป ก็จะมีราคาที่สูงตามไปด้วย ดังนั้นควรเลือกใช้รถที่มีความสูงที่ตอบโจทย์การทำงานปัจจุบัน เนื่องจากโอกาสที่ขึ้นชั้นวางหรือสร้างคลังใหม่มักจะมีระยะเวลาในการตัดสินใจที่ยาวนานกว่าอายุของรถยก
  1. รถฟอร์คลิฟท์ที่มีแบรนด์ที่เชื่อถือได้มีราคาที่สูงกว่าก็จริง แต่คุณภาพการผลิตและเทคโนโลยีก็เหนือกว่ารถโนเนมเช่นกัน
  • ผู้ใช้งานควรพิจารณาซื้อรถยกจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงในท้องตลาด และมีประวัติการบริการหลังการขายที่ดี ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนมากกว่าในช่วงแรก แต่หากพิจารณาถึงความคุ้มค่าที่ได้จากคุณภาพของรถและการบริการซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าไปอย่างราบรื่น ประหยัดเวลาในการทำงาน และค่าใช้จ่ายของบริษัทในระยะยาว
  1. รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้ามักจะมีราคาที่สูงกว่ารถฟอร์คลิฟท์เครื่องยนต์ที่สเป็คเดียวกัน
  • รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้ามีราคาที่สูงกว่า เพราะมีแบตเตอรี่ ตู้ชาร์จ และอุปกรณ์เสริมในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ที่ผู้ซื้อต้องลงทุนไปก่อนในช่วงแรก
  • ข้อดีที่เหนือว่ารถเครื่องยนต์คือ ไม่มีมลภาวะ เสียงรบกวนที่น้อยกว่า และค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาวที่ถูกกว่า เนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิง
  1. การซื้อรถมือสองอาจจะไม่ได้ช่วยประหยัดเสมอไป
  • ในกรณีที่ลูกค้ามีงบจำกัด การเลือกซื้อรถฟอร์คลิฟท์มือสองอาจดูเป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีราคาที่ถูกกว่ารถใหม่ถึง 50-70% แต่หากลักษณะการใช้งานของลูกค้ามีการใช้งานรถที่หนักและต่อเนื่อง (มากกว่าสี่ชั่วโมงต่อวัน) ค่าใช้จ่ายเรื่องการดูแลรักษาระยะยาวอาจไม่คุ้มค่ากับราคาถูกที่จ่ายไป
  • รถมือสองในแต่ละพื้นที่จะมีคุณภาพที่แตกต่างกันไป การซื้อรถมือสองจากอู่ท้องถิ่นอาจได้สภาพที่ไม่สมบูรณ์ หรืออาจมีราคาที่สูงกว่าการซื้อตรงจากตัวแทนจำหน่าย เป็นต้น
  1. อุปกรณ์เสริมต่างๆ ตัวช่วยที่ผู้ใช้งานไม่ควรลืม
  • รถฟอร์คลิฟท์ในแต่ละอุตสาหกรรมจะต้องรับมือกับสินค้าที่มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกัน บางกรณีอาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้วางบนแพลเลท เช่น ม้วนกระดาษ ลัง หรือกล่อง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษในการหนีบ จับ หรือประคองเพื่อให้เสถียรและปลอดภัย ผู้ใช้งานควรพิจารณาเพิ่มอุปกรณ์เสริมที่ช่วยรองรับการทำงาน นอกจากจะช่วยลดโอกาสความเสียหายที่จะเกิดกับตัวสินค้าแล้ว ยังช่วยยืดอายุการทำงานของรถฟอร์คลิฟท์อีกด้วย
  1. สำคัญที่สุดคือการบริการหลังการขาย
  • การใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ในระยะยาวหนีไม่พ้นการดูแลรักษาและซ่อมบำรุง หากจำเป็นต้องใช้งานรถหนักต่อเนื่องหรือใช้งานหลายกะ ผู้ใช้งานควรพิจารณาการรับประกันเพิ่ม หรือทำสัญญาบริการกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อคุมค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เพื่อให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ




EP.2 ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ผู้ช่วยงานจัดเก็บที่ขับเคลื่อนสินค้าไม่ให้หยุดนิ่ง read more


EP.1 ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ผู้ช่วยงานจัดเก็บที่ขับเคลื่อนสินค้าไม่ให้หยุดนิ่ง read more


คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อคลังสินค้าแห่งอนาคต!read more