EP.2 เพิ่มศักยภาพคลังสินค้าเเบบเดิม ให้รับมือธุรกิจยุค 4.0 ได้อยู่หมัด : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
<p>การพัฒนาคลังสินค้าเพื่อรับมือกับธุรกิจยุค 4.0 จะมีวิธีการอย่างไร?</p>

การพัฒนาคลังสินค้าเพื่อรับมือกับธุรกิจยุค 4.0 จะมีวิธีการอย่างไร?

พบกับตอนที่ 2 ของวิธีการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ เพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นให้กับคลังสินค้าแบบดั้งเดิม โดยไม่ต้องลงทุนมากๆในคราวเดียว

จากตอนที่แล้ว คลังสินค้าได้ปรับปรุงระบบงานพื้นฐานและกระชับพื้นที่แล้ว ต่อไปคือขั้นตอนการนำระบบอัตโนมัติต่างๆเข้ามาเสริมการทำงาน

ตัดสินใจอย่างมีข้อมูลด้วยระบบวิเคราะห์ (Analytics) 
ถึงแม้ไม่มีระบบอัตโนมัติ การจัดการคลังสินค้าแบบดั้งเดิมก็สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ระบบวิเคราะห์ (Analytics) เช่น การเติมสินค้า แต่เป็นที่น่าเสียดายว่างค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีการเก็บสะสมข้อมูลพื้นฐานเหล่านั้น เช่น ขนาดและน้ำหนักของสินค้า จึงทำให้ไม่สามารถใช้โปรแกรมได้อย่างเต็มที่ การเก็บข้อมูลเริ่มได้จากการจัดพื้นที่ที่ทางเข้าของคลังสินค้า เพื่อวัดขนาดของสินค้าก่อนที่จะเข้าคลัง หรือเพียงแค่แตกกลุ่มสินค้าออกเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ การเก็บข้อมูลนี้อาจทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าไปบ้าง แต่การมีฐานข้อมูลสินค้าจะสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาลในระยะยาว 

 

 

ข้อมูลที่จะเก็บควรเริ่มจากข้อมูลสินค้าพื้นฐาน ปริมาณงาน ปริมาณการหยิบสินค้า ระยะเวลาในการเดินไปหยิบ ความถี่ของการจัดเก็บ เบิกจ่าย จัดส่ง อันที่จริงแล้ว การเก็บข้อมูลควรเก็บตั้งแต่แรกก่อนที่จะนำระบบ WMS มาใช้งาน และควรเก็บให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยในการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อหาจุดอ่อนของระบบงาน และเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ต่างๆ เช่นจะต้องทำอย่างไรหากเกิดคู่แข่งรายใหญ่ขึ้นมารายหนึ่ง หรือหากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นเท่าตัวในชั่วข้ามคืน 

เลือกใช้โปรแกรมบริหารคลังสินค้า WMS (Warehouse Management System) ที่เหมาะสม 
คลังสินค้าที่ใช้ WMS อยู่แล้ว ควรพิจารณาว่าได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากระบบเดิมแล้วหรือไม่ ทั้งการบริหารจัดการแรงงาน การวางแผนเส้นทางการปฏิบัติงานในคลังสินค้า (Task Interleaving) การเก็บสินค้าเข้าตำแหน่งจัดเก็บ (Directed Putaway) และการใช้โปรแกรมกำหนดสินค้าในช่องจัดเก็บสินค้า (Product Slotting) เพื่อประเมินตำแหน่งของการจัดวางสินค้าที่ดีที่สุด ผู้จัดการคลังสินค้าควรทำการวิเคราะห์การทำงานภายในคลังสินค้า เพื่อให้สรรหาโปรแกรม WMS ที่เหมาะสมกับการทำงาน งบประมาณ และคุ้มค่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านคนงานและเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน

 

 

ระบบเบิกจ่ายด้วยเสียงสามารถทำหน้าที่เสมือน WMS
ระบบเบิกจ่ายด้วยเสียงสามารถทำหน้าที่เสมือน WMS ได้ในองค์กรที่ยังไม่มี WMS หรือช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับ WMS เดิมที่มีข้อจำกัดด้วย การติดตั้งระบบเบิกจ่ายด้วยเสียงบนรถยก คนขับรถยกก็จะสามารถเบิกสินค้าได้ถูกประเภทและถูกตำแหน่งในลำดับที่มีประสิทธิภาพที่สุด หรือตามเงื่อนไขอื่นเช่น สินค้าที่แตกได้จะไม่อยู่ใต้สินค้าหนัก เป็นต้น การเพิ่มตัวช่วยเหล่านี้ ทำให้การเปลี่ยนแปลงกระบวนการเป็นอิสระจากวิธีการเบิกจ่าย ดังนั้นคลังสินค้าแบบดั้งเดิมก็จะสามารถขยับจากการทำงานทีละออเดอร์ ไปเป็นพร้อมๆกันหลายออเดอร์ได้ หรือรับกับปริมาณที่สูงขึ้นได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง กระบวนการมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยเสริมการทำงานของ WMS ด้วย 

เปลี่ยนจากใช้คนเดินไปสู่ระบบรถขนถ่ายวัสดุอัตโนมัติ (AGVs) 
การเปลี่ยนจากรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้คนเดินไปสู่ระบบรถขนถ่ายวัสดุอัตโนมัติ (AGVs) ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้าได้เช่นกัน และยังสามารถตอบโจทย์การขาดแคลนแรงงานคนอีกด้วย ยิ่งปัจจุบันมีปัจจัยขับเคลื่อนเทรนด์นี้คือ การเปลี่ยนจากการรวมศูนย์คลังสินค้าไว้ที่จุดเดียว เป็นการกระจายเป็นคลังย่อยตามจุดยุทธศาตร์ที่ใกล้ผู้บริโภค เหตุผลหนึ่งก็คือการหาแรงงานมาทำงานในศูนย์กระจายสินค้าขนาดมหึมาเป็นเรื่องยาก และพอสร้างศูนย์กระจายสินค้าเสร็จ เงินทุนก็จมอยู่กับที่ดินและสาธารณูปโภค ซึ่งใช้เวลาคืนทุนนาน แต่ประเด็นหลักยังคงเป็นเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้นำไปสู่การขยายตัวของการมีคลังย่อย การใช้ระบบอัตโนมัติในคลังใหม่ และการปรับปรุงคลังสินค้าเดิมให้เป็นระบบอัตโนมัติ

 

 

แปลและเรียบเรียงจาก 
https://www.mmh.com/article/conventional_warehouses_simple_yet_effective
โดยทีมงานสื่อสารการตลาด บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด