ธุรกิจของคุณจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของ COVID-19 หรือไม่? : เจนบรรเจิด (Jenbunjerd) ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลาย

Contact Info

  • 359 Bondstreet Rd.(Chaengwattana 33), Bangpood, Pakkred, Nonthaburi 11120 Thailand
  • info@jenbunjerd.com
  • 02-096-9898 (200 คู่สาย)
<p>จากวิกฤต COVID-19 ธุรกิจแบบไหนที่จะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้?</p>

จากวิกฤต COVID-19 ธุรกิจแบบไหนที่จะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้?

ธุรกิจของคุณ จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของ COVID-19 หรือไม่? 
และจะแก้ไขอย่างไร

จากวิกฤต COVID-19 เศรษฐกิจซบเซาเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น แต่จะเห็นได้จากอดีต ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนกันเสมอไป ยกตัวอย่าง หลังวิกฤตการเงินโลกตลาดแบรนด์สินค้าฟุ่มเฟือยสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่ามากเมื่อเทียบกับแบรนด์มหาชนและยังสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาได้ตั้งแต่ปี 2010

อย่างที่ทราบกันดี เกิดความต้องการมหาศาลและฉับพลันในกลุ่มสินค้าจำเป็นอย่างแอลกอฮอล์เจลล้างมือฆ่าเชื้อ ยาลดไข้ หน้ากาก และในบางประเทศก็คือกระดาษชำระ ในขณะที่บางอุตสาหกรรมอย่างการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และกิจกรรมใดๆก็ตามที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากๆ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง บางองค์กรต้องล้มละลายเพราะความต้องการเกิดการหดตัว และมาตรการจากภาครัฐที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของชีวิตเหนือความอยู่รอดของธุรกิจ

หลังวิกฤตครั้งนี้จะมีบางธุรกิจที่อยู่รอด เติบโต หรือดับไปเลย ธุรกิจที่จะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้คือธุรกิจแบบไหน เงื่อนไขที่นำมาใช้พิจารณาคือ 1. สถานที่ตั้งมีความจำเป็นต่อการประกอบธุรกิจหรือไม่ 2. ผู้ให้บริการและผู้รับบริการต้องอยู่พร้อมหน้ากันหรือไม่

ดำดิ่ง
จากภาพประกอบจะเห็นได้ว่าจากเกณฑ์ 2 ข้อนี้ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือกลุ่มดำดิ่ง ซึ่งสถานที่ตั้งมีความจำเป็นอย่างมากต่อการประกอบธุรกิจ และผู้ให้กับผู้รับบริการต้องอยู่พร้อมกันด้วย ยกตัวอย่าง เช่น คอนเสิร์ต การแข่งกีฬา ร้านอาหารแบบนั่งรับประทาน ธุรกิจท่องเที่ยวที่จัดเป็นกรุ๊ปใหญ่ เช่น เรือสำราญ และการศึกษาแบบดั้งเดิม ธุรกิจที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ ผู้ประกอบการและลูกค้าต้องอยู่ที่เดียวกันในเวลาเดียวกัน ในภาวะวิกฤตเรื่องโรคระบาดอย่างตอนนี้หรือที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต รูปแบบการทำธุรกิจลักษณะนี้จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
 
ธุรกิจที่ผู้ให้และผู้รับบริการต้องอยู่ที่เดียวกันในเวลาเดียวกันเป็นธุรกิจที่มีความซับซ้อน และต้องอาศัยการประสานงานกันอย่างลึกซึ้ง อย่างสมัยก่อน รายการถ่ายทอดสดก็เข้าข่ายนี้ คือผู้ชมต้องไปนั่งหน้าจอทีวีเพื่อรอรับชมรายการโปรดให้ตรงเวลาออกอากาศ โมเดลนี้ถูกแทนที่ด้วย Netflix ซึ่งเป็นโมเดลที่ผู้ให้และผู้รับบริการไม่ต้องอยู่พร้อมกัน หรืออยู่ในที่เดียวกันอีกต่อไป ผู้ประกอบการจึงควรกลับมาคิดทบทวนกันถึงรูปแบบการให้บริการและสถานที่ให้บริการว่า จริงๆแล้วเวลากับสถานที่มีผลต่อธุรกิจของตนมากน้อยเพียงใด

อยู่รอด
ธุรกิจที่จะอยู่รอดจากวิกฤตครั้งนี้มี 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ยังต้องพึ่งพาเรื่องสถานที่ประกอบการแต่ผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันกับผู้รับบริการ เช่นร้านค้าแนว self service (บริการตัวเอง) ธุรกิจท่องเที่ยวทางธรรมชาติด้วยตัวเอง ส่วนกลุ่มที่สองคือธุรกิจที่ต้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันกับลูกค้าแต่ไม่ใช่ในสถานที่เดียวกัน เช่น การถ่ายทอดสดทางออนไลน์ การให้คำปรึกษาออนไลน์ ธุรกิจ delivery เป็นต้น

สำหรับกลุ่มที่ยังต้องพึ่งพาเรื่องสถานที่ประกอบการแต่ผู้ให้บริการไม่ต้องอยู่พร้อมกันกับผู้รับบริการนั้น สถานที่ประกอบการมีความสำคัญ แต่เรื่องของเวลามีความยืดหยุ่น ขณะที่อีกอีกกลุ่มเรื่องของเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต้องอยู่พร้อมกันเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่ต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน ธุรกิจทั้งสองกลุ่มนี้เอื้อให้ผู้ให้และรับบริการสามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ ทั้งสองโมเดลนี้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโรคระบาดก็ดูจะน่าทำกว่า เพราะให้ความสะดวกและยืดหยุ่นทั้งในเรื่องของเวลาหรือสถานที่ 

เติบโต
ธุรกิจกลุ่มที่จะเติบโตได้ดีที่สุดคือกลุ่มที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ เช่น Netflix, Amazon, Uber Eats, Fortnite เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ไปได้ดีอยู่แล้วก่อนการเกิด COVID-19 และจะยิ่งสยายปีกจากการที่ต้องมี social distancing 

 

 

บทสรุป
เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว องค์กรที่จะทำธุรกิจที่ต้องพึ่งพาทั้งเวลาและสถานที่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งจุดมุ่งหมายที่จะปรับโมเดลธุรกิจจากแบบที่ต้องพึ่งพาทั้งเวลาและสถานที่ ไปยังโมเดลที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพื่อให้อยู่รอด (Survive) และประสบความสำเร็จมากที่สุด (Thrive)

กรณีศึกษา การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเป็นตัวอย่างการปรับโมเดลจากแบบพึ่งพาเวลาและสถานที่ไปสู่การไม่พึ่งพาเลยได้ชัดเจนทีเดียว ในสองทศวรรษที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีแนวโน้มที่ลดการพึ่งพาเวลาและสถานที่ลงอย่างต่อเนื่อง จากลักษณะเดิมที่อาจารย์และนักศึกษาต้องมานั่งในห้อง lecture พร้อมกัน แต่ในสภาพการณ์ที่มีโรคระบาดอย่างตอนนี้ นักศึกษาจำเป็นต้องศึกษาเล่าเรียนทางไกลรูปแบบใหม่ โดยได้รับการคาดหวังว่าจะต้องได้รับความสำเร็จเทียบเท่าการเรียนแบบดั้งเดิม ซึ่งภาคธุรกิจก็ควรจะต้องหาทางปฏิรูปและอยู่รอดแบบมหาวิทยาลัยให้ได้ 


การปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจเพื่อหนีจาก Dive สู่ Survive และไปสู่ Thrive
1.    วิเคราะห์ถึงเวลาและสถานที่ประกอบการ
       a.    เราต้องให้บริการในเวลาเดียวกันกับที่ลูกค้าทำงานหรือไม่
       b.    เราต้องอยู่สถานที่เดียวกับลูกค้าขณะที่ส่งมอบการบริการหรือไม่ 
2.    ท่านสามารถทำงานได้ผลเทียบเท่ากันหรือไม่ถ้าไม่ทำในเวลาพร้อมกันและสถานที่เดียวกัน
3.    มีแง่มุมไหนของธุรกิจของท่านที่สามารถส่งมอบคุณค่าหรือบริการให้กับลูกค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน
4.    มีแง่มุมไหนของธุรกิจของท่านที่สามารถส่งมอบคุณค่าหรือบริการให้กับลูกค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน
5.    ให้ลองเลือกทำในแง่มุมที่มีอุปสรรคน้อยที่สุดก่อน 

แปลและเรียบเรียงจาก

https://www.newsroom.co.nz/ideasroom

โดยทีมงานสื่อสารการตลาด บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด