วิธีการตรวจวัดค่าโวลต์และค่าความถ่วงจำเพาะ (ถพ.)

อยากรู้ว่าแบตเตอร์รี่พร้อมใช้งานมั้ย ต้องรู้วิธีวัดค่าความถ่วงจำเพาะ เพื่อให้แบตเป๊ะ

Date : 2020-06-04

<p>อยากรู้ว่าแบตเตอร์รี่พร้อมใช้งานมั้ย ต้องรู้วิธีวัดค่าความถ่วงจำเพาะ เพื่อให้แบตเป๊ะ</p>

 


 

  1. ก่อนเริ่มดำเนินการ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือผ้ากันเปื้อน และ Face Shield ที่ทนสารเคมีได้ เพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำกรดในแบตเตอรี่


     
  2. หลังชาร์จแบตเตอรี่เสร็จ ให้ปิดเบรกเกอร์หรือสวิตช์ตู้ชาร์จ 




     
  3. ถอดปลั๊กแบตเตอรี่ของตู้ชาร์จและแบตเตอรี่ออกจากกัน และตรวจสภาพของปลั๊กทั้ง 2 ว่ามีความเสียหายหรือไม่ เช่น ปลั๊กแบตเตอรี่มีรอยแตก ขั้วภายในปลั๊กแบตเตอรี่ละลาย หรือ ฉนวนของสายไฟปริแตกหรือไม่ (หากพบให้แก้ไขก่อนนำไปใช้งาน)












     
  4. ใช้โวลต์มิเตอร์วัดค่าแรงดันรวมของแบตเตอรี่ เสียบสายวัดให้ถูกขั้ว (ขั้วบวกสายสีแดง ขั้วลบสายสีดำ) และจดบันทึกค่า




     
  5. เปิดฝาจุกเติมน้ำกลั่นทุกช่อง เช็คระดับอิเล็กโทรไลต์ว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยควรมีระดับที่ไม่สูงเกิน (จุกเติมน้ำกลั่นชนิดลูกลอยจะมีแถบสีขาวที่ก้านลูกลอย ขณะที่จุกเติมน้ำกลั่นที่เป็นแบบถ้วยจะต้องไม่เกินขีดหรือขยักที่กำหนดไว้)










     
  6. วัดค่าความถ่วงจำเพาะของอิเล็กโทรไลต์ โดยเสียบ Hydrometer ลงไปในเซลล์นั้นๆ แล้วดูดอิเล็กโทรไลต์ เพื่ออ่านระดับค่าถพ. (จับ Hydrometer ให้ตั้งฉากกับพื้นและใช้สายตามองในระดับเดียวกับอิเล็กโทรไลต์) ค่าถพ.ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ระหว่าง 1.250 – 1.300 หลังจากที่ได้ค่าถพ.แล้ว ให้ปล่อยน้ำลงไปในเซลล์เดิม หากระดับอิเล็กโทรไลต์ต่ำกว่าค่าที่เหมาะสม หลังชาร์จแบตเตอรี่เสร็จ ให้เติมน้ำกลั่นลงไป (ไม่ควรเติมน้ำกลั่นก่อนชาร์จ เพื่อป้องกันน้ำกลั่นเดือดทะลักออกมาเพราะความร้อนระหว่างการชาร์จ)








     
  7. ควรเลือกใช้อุปกรณ์ในการเติมน้ำกลั่นที่เหมาะสม เช่น ปืนฉีดน้ำกลั่นที่มีหัวจุกและ Stopper เพื่อป้องกันน้ำล้น
     
  8. เมื่อตรวจเช็คและเติมน้ำกลั่นแล้ว ให้ปิดฝาจุกเติมน้ำกลั่นทุกฝาให้เรียบร้อย






     
  9. ตรวจเช็คแรงดันไฟรวม (ข้อ 3) อีกครั้ง และเช็คแรงดันทุกเซลล์ แรงดันที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ 2.2 VDC ต่อเซลล์
     
  10. ตรวจสอบว่ามีไฟรั่วจากแบตเตอรี่หรือไม่ โดยใช้โวลต์มิเตอร์เสียบสายวัดขั้วบวกที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ และสายวัดขั้วลบที่โครงหรือถังของแบตเตอรี่ ค่าแรงดันควรอยู่ที่ 0 V








     
  11. ใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะสำหรับแบตเตอรี่ หรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆทำความสะอาดที่ด้านบนเปลือกของแบตเตอรี่ให้สะอาด (อาจมีละอองของอิเล็กโทรไลต์กระเด็นออกมาระหว่างชาร์จ)




     
  12. ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิที่เซลล์แบตเตอรี่ลูกที่อยู่บริเวณกึ่งกลาง โดยอุณหภูมิไม่ควรเกิน 50 องศา หากพบว่าเกิน ควรพักการใช้งาน เพื่อให้แบตเตอรี่ได้คายความร้อนก่อนจะนำไปใช้งาน (หากนำไปใช้งานขณะที่แบตเตอรี่ร้อน จะทำให้แบตเตอรี่ร้อนขึ้นอีก เนื่องจากการทำปฏิกิริยาของอิเล็กโทรไลต์ และแผ่นธาตุภายใน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ในระยะยาว)
     
  13. หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ให้เสียบสายไฟเข้ากับปลั๊กแบตเตอรี่ของรถ และปิดฝาห้องแบตเตอรี่ แล้วจึงนำรถไปใช้งานตามเดิม










     




EP.9 การจัดส่งภายในวันเดียว สนองความต้องการลูกค้าได้สูงสุด!read more


EP.8 การพิมพ์แบบสามมิติ ผลิตสินค้าง่ายส่งถึงมือลูกค้าได้ทันทีread more


EP.7 Internet of Things (IoT) เชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่ายเดียวกันรับข้อมูลแบบ Real time

read more