Blog


ดูแลรักษารถฟอร์คลิฟท์อย่างไร? ให้ช่วยยืดอายุการใช้งาน


Date : 2019-07-26

         ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตาม หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและเหมาะสมก็สามารถยืดอายุการใช้งาน และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้งานเครื่องมือนั้นได้ยาวนานขึ้น โดยเฉพาะรถที่มีหน้าที่ยกขนสินค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งควรได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี เพราะหากเกิดการชำรุดหรือขัดข้อง อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานทั้งหมดได้

         รถยกขนสินค้า หรือรถฟอร์คลิฟท์ มีการแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะการใช้งานมากมาย ซึ่งปัจจุบัน ผู้ผลิตได้ทำการพัฒนาและออกแบบมาให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแบบเครื่องยนต์หรือไฟฟ้า หรือสำหรับงานภายในหรือนอกอาคาร แต่หากผู้ใช้งานใช้รถผิดวิธีหรือผิดประเภท อายุการใช้งานก็จะสั้นลง รวมถึงการปฏิบัติงานก็จะได้ไม่เต็มศักยภาพที่แท้จริง

         การเลือกรถที่ถูกต้องและเหมาะกับงานจึงเป็นปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงถึง เพราะจะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถได้ ก่อนการซื้อหรือเช่ารถยกสินค้า ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ให้เข้าไปสำรวจพื้นที่การปฏิบัติงานก่อน เพื่อประเมินสภาพหน้างานที่เหมาะสม บ่อยครั้งที่พบว่า มีการใช้รถผิดประเภท ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน ทำให้รถเสียหายหรือสึกหรอเร็วกว่าที่ควร แต่หากมีการใช้รถที่เหมาะสมแล้ว นอกจากจะช่วยยืดอายุของรถ ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกด้วย

         เมื่อทราบวิธีการเลือกรถฟอร์คลิฟท์ที่ถูกต้องแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงถัดมา คือการเลือกผู้ให้บริการ ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความเข้าใจ มีประสบการณ์และความสามารถในการให้บริการ รวมถึงตอบโจทย์ได้ทุกประการ และควรคำนึงถึงเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมด้วย เพื่อให้ตอบสนองต่อการบริการได้ทันท่วงที

          เมื่อผู้ประกอบการ เลือกซื้อรถหรือเช่ารถแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจอีกอย่างก็คือ หัวใจสำคัญที่จะรักษาอายุการใช้งานของรถไว้ได้ จะต้องเกิดจากคนขับรถที่เข้าใจการทำงานของรถอย่างถูกต้อง และจะต้องดูแลรักษารถที่ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ จึงต้องให้ความรู้แก่คนขับรถให้เข้าใจถึงข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง รวมทั้งควรทำการตรวจสภาพรถอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายและความเสี่ยงที่จะทำให้กระบวนการการทำงานหยุดชะงักลง

         ในส่วนของการตรวจสภาพรถ รถยกขนสินค้าแต่ละประเภทต้องการการดูแลและมีระยะการซ่อมบำรุงที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตเป็นผู้กำหนด โดยทั่วไปวิธีการดูแลรถฟอร์คลิฟท์มีด้วยกันทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่ 

  • การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (repair maintenance) เป็นการดูแลรถที่ทำการซ่อมรถเมื่อมีความเสียหาย โดยเรียกใช้บริการจากผู้ผลิตเป็นครั้งๆ ไป
  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (preventive maintenance) เป็นการนำรถไปซ่อมบำรุง เมื่อครบกำหนดชั่วโมงที่บริษัทผู้ผลิตแจ้ง ซึ่งเมื่อครบกำหนดก็จะมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือตรวจเช็คระบบต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเสียหายก่อนระยะเวลา
  • การบำรุงรักษาเชิงรุก (proactive maintenance)  เป็นการตรวจเช็คดูแลรถยกสำหรับลูกค้าที่มีความต้องการในความปลอดภัยขั้นสูง สำหรับบริษัทที่หากเกิดความเสียหายแล้วจะมีผลกระทบสูงหรืออาจเกิดอุบัติเหตุจากการชำรุดของอุปกรณ์ที่มีความร้ายแรงมาก จะมีการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด ทั้งระบบขับเคลื่อน ระบบไฮโดรลิก โครงสร้างและช่วงล่าง และมีความถี่ในการตรวจสอบมากกว่าการบำรุงรักษาเชิงป้องกันทั่วไป

         แม้จะมีการกำหนดชั่วโมงการซ่อมบำรุง แต่รถที่ใช้งานต่างกันก็อาจถึงระยะชั่วโมงที่แตกต่างกันด้วย บางคันอาจต้องการการดูแลเพิ่ม ซึ่งต้องประเมินจากสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อใช้งานถึงระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องเข้ารับการตรวจสภาพและเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อป้องกันการชำรุดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

         จะเห็นได้ว่า การรักษาคุณภาพและการดูแลรักษารถที่ดีนั้น มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก ผู้ใช้งานจึงต้องทำความเข้าใจกับลักษณะของงาน ลักษณะพื้นที่ และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะการเลือกรถที่เหมาะสมและขับขี่อย่างเหมาะสม ไม่เพียงยืดอายุการใช้งานของรถฟอร์คลิฟท์ได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยของการปฏิบัติงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกด้วย

หากลูกค้าท่านใดสนใจรถฟอร์คลิฟท์ รถยกอุตสาหกรรม หรืออุปกรณ์ยกย้ายคุณภาพสูง เพื่อให้งานจัดเก็บในคลังสินค้าของคุณมีประสิทธิภาพ ติดต่อฝ่ายขายอุปกรณ์ยกย้ายและอะไหล่ โทร. 02-096-9898 ต่อ 1201-1205 อีเมล mhe@jenbunjerd.com หรือ www.jenbunjerd.com

© 2016 Jenbunjerd Co Ltd., All Rights Reserved.