Blog


เลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมอย่างไร? ให้เหมาะกับงานของคุณ


Date : 2018-10-02

          รถยกอุตสาหกรรมมีมากมายหลายชนิด ประกอบกับความซับซ้อนและมีเงื่อนไขจำกัดที่ต้องเรียนข้อมูลเฉพาะ (Specification) ทำให้การเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะต้องเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอันเป็นปัจจัยภายนอกตัวรถ อุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกัน และวัตถุประสงค์การใช้งานรถ เพื่อสามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

          โดยทั่วไป รถยกอุตสาหกรรมเหมาะสำหรับการทำงาน 3 ลักษณะด้วยกัน คือ
          - งานรับและส่งสินค้าขึ้นลงที่ท่าเทียบรถขนส่ง
          - งานยกย้ายสินค้าจากหน้าท่าเทียบสินค้า จากบริเวณปากประตูคลังสินค้าไปยังชั้นวางสินค้าที่อยู่ภายในคลังสินค้า หรือยกย้ายไปยังอาคาร รวมถึงการขนย้ายเข้าสู่สายการผลิต
          - งานยกสินค้าขึ้นจัดเก็บบนชั้นวางสินค้า หรือเข้าไปยกสินค้าบนชั้นวางลงมาเพื่อจัดส่ง
          ดังนั้นการเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมให้เหมาะกับลักษณะงาน จึงมีเงื่อนไขที่เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญให้พิจารณาร่วมด้วย ได้แก่

          1. ชนิดและขนาดของสิ่งที่ต้องการยก
          หากคลังสินค้ามีสินค้าที่แตกต่างกันทั้งชนิด รูปแบบ และขนาด จะต้องหาวิธีให้ภาชนะรองรับสินค้าทั้งหมดหรือสินค้าส่วนใหญ่ให้ได้ เพื่อสามารถใช้งานรถยกอุตสาหกรรมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยภาชนะที่สำคัญ ได้แก่ แพลเลท ลังแพลเลทพับเก็บได้ (Pallet Container) โครงแพลเลทซ้อนได้ (Stacking Pallet) และรถเข็นทรงสูงที่ติดล้อ ภาชนะเหล่านี้จะช่วยให้น้ำหนักที่รถจะยกมีมาตรฐานแน่นอน และทำให้เลือกใช้รถได้ง่ายขึ้น

          น้ำหนักของสิ่งของที่ต้องการจะยกเป็นข้อพิจารณาที่ต้องให้ความสนใจเช่นกัน เนื่องจากมาตรฐานความสามารถในการยกน้ำหนักของรถยกอุตสาหกรรมได้ถูกกำหนดไว้แน่นอน เช่น 1 ตัน, 1.5 ตัน, 2 ตัน, 2.5 ตัน, 3 ตัน เป็นต้น ในขณะที่สิ่งที่จะยกในแต่ละครั้งมีน้ำหนักแตกต่างกัน จึงต้องมีการจัดกลุ่มของน้ำหนัก เพื่อสามารถเลือกใช้รุ่นของรถและจำนวนคันที่จะรองรับปริมาณงานทั้งหมดและเกิดความคุ้มค่าที่สุด

          2. ลักษณะงาน ปริมาณงาน และข้อกำหนดในเรื่องเวลาทำงาน
          การเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมต้องคำนวณถึงอัตราความเร็วและความสามารถในการยกของรถยกแต่ละชนิด ลักษณะงาน ปริมาณงาน ระยะทางใกล้ไกล และความถี่ในการทำงาน ตลอดจนกำหนดความเร่งของเวลาเสร็จงาน

          ความต้องการและปริมาณงานจะทำให้การเลือกขนาดของรถยกอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปตามสภาพ โดยทั่วไปผู้ใช้รถจะเลือกรถที่มีความพอดีกับขนาดน้ำหนักที่จะยก เพราะหวังว่าจะช่วยประหยัดได้มากขึ้น แต่ลืมนึกถึงความถี่ในการใช้งานและการใช้เวลาในการทำงาน (Heavy Duty) การเลือกรถที่มีกำลังพอดีมากจนเกินไป จึงทำให้รถยกต้องทำงานหนักตลอดเวลา รวมทั้งสภาพรถจะเสื่อมเร็วและเสียหายได้ง่าย

          3. การคำนวณความสามารถของรถยกอุตสาหกรรมจากข้อเท็จจริงในการทำงาน
          รถยกอุตสาหกรรมแต่ละคันไม่ว่าชนิดไหน ล้วนไม่ได้ทำงานเต็มพิกัดน้ำหนักตลอดเวลา แต่จะทำงานยกสินค้าเพียงครึ่งหนึ่งของเวลาทำงาน กล่าวคือ รถยกจะวิ่งกลับโดยไม่มีสิ่งของต้องบรรทุก และต้องยกงาเปล่าช่วงลดงาลงหรือยกงาขึ้นเสมอ ดังนั้นการคำนวณผลการทำงานของรถยกจึงต้องลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากเวลาทั้งหมด แม้ว่ารถยกจะวิ่งและทำงานยกสิ่งของตลอดเวลาก็ตาม

          นอกจากนี้ รถยกอุตสาหกรรมยังไม่สามารถทำงานด้วยความเร็วสูงสุด และยกน้ำหนักสูงสุดได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการทำงานทุกอย่างของรถยกต้องอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้า จะทำให้เครื่องยนต์อุณหภูมิขึ้นสูงและร้อนจัด สร้างความเสียหายแก่ระบบไฟฟ้าได้โดยง่าย

          สภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน เช่น คับแคบ มีฝุ่นละอองมาก รวมทั้งอากาศที่ร้อนมาก นับเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรถยกอุตสาหกรรมลดลงเช่นกัน

          จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้รถยกอุตสาหกรรมให้เหมาะกับงาน จะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขต่างๆ เช่น  ลักษณะการใช้งาน ความถี่การใช้ ตลอดจนสถานที่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดยังควรจะขอคำปรึกษากับผู้จำหน่ายที่มีความรู้ความชำนาญโดยเฉพาะ

          บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด เป็นผู้นำด้านการผลิต จำหน่ายและส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บยกย้ายที่มีความหลากหลายมากที่สุดของประเทศ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ (Total Solution) ด้วยการบริการแบบครบวงจร

          เรามีทีมวิศวกร ที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อวางระบบจัดเก็บยกย้ายที่มีประสิทธิภาพ สนใจติดต่อฝ่ายขายอุปกรณ์ยกย้ายและอะไหล่ (Industrial Truck & Parts) โทร 02-096-9898 ต่อ 1203-1209 อีเมล mhe@jenbunjerd.com หรือ www.jenbunjerd.com

 

 

© 2016 Jenbunjerd Co Ltd., All Rights Reserved.