Blog


ใช้รถฟอร์คลิฟท์อย่างไร? ให้ปลอดภัยหายห่วง


Date : 2018-10-02

          การใช้งานรถฟอร์คลิฟท์อย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งลดความสูญเสียอันเกิดขึ้นกับสินค้าได้ ผู้ที่ใช้งานรถฟอร์คลิฟท์จึงต้องทำความเข้าใจระบบต่างๆ อย่างแท้จริง และต้องมีความระมัดระวังในการใช้งานอย่างมาก

          วันนี้ เจนบรรเจิด มีความรู้เกี่ยวกับข้อควรระวังในการใช้งานรถฟอร์คลิฟท์อย่างปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

          1. ห้ามบุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่ หรือไม่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทำการขับขี่รถฟอร์คลิฟท์โดยเด็ดขาด

          2. ผู้ขับขี่ควรสวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะสม เช่น เสื้อสะท้อนแสง หมวกนิรภัย เป็นต้น

          3. ก่อนใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ในแต่ละวัน ผู้ขับขี่ต้องทำการตรวจสอบสภาพรถทุกครั้ง เช่น สภาพภายนอก ระบบบังคับการ ระบบห้ามล้อ ฯลฯ

          4. ผู้ขับขี่ต้องสวมเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนเริ่มใช้งานรถฟอร์คลิฟท์

          5. ในขณะที่มีการขับขี่รถฟอร์คลิฟท์ ห้ามบุคคลอื่นโดยสารหรือขึ้นไปอยู่บนรถ

          6. ใช้ความเร็วในการขับขี่ที่เหมาะสมกับหน้างาน และลดความเร็วลงขณะเข้าโค้งหรือทำการเลี้ยว

          7. เมื่อยกของที่มีขนาดใหญ่กว่าช่วงยาวของงา จะต้องทำการผูกมัดของที่ยกให้ยึดติดมั่นคงกับรถฟอร์คลิฟท์ ห้ามเคลื่อนย้ายสินค้าที่ไม่มีความมั่นคงโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดการเทน้ำหนักและทำให้รถพลิกคว่ำได้

          8. ห้ามใช้ปลายงาในการดัน เข็น หรืองัดสินค้าโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้งาและระบบการยกเสียหาย

          9. หากใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ในที่แคบหรือทัศนวิสัยไม่ดี ให้ใช้ความเร็วต่ำและควรมีบุคคลช่วยสังเกตทาง ใช้สัญญาณมือ แสง (ไฟฉาย) เสียง (นกหวีดหรือโทรโข่ง) เพื่อช่วยในการนำทาง

          10. ห้ามบรรทุกของหนักเกินกว่าพิกัดที่กำหนดไว้ และห้ามบรรทุกของสูงเกินไป เพราะจะบังสายตาของผู้ขับขี่

          11. ห้ามทำการยก หรือบรรทุกของเกินอัตราที่พื้น หรือกระดานทางลาดจะรับน้ำหนักไว้ได้

          12. ผู้ขับขี่รถฟอร์คลิฟท์ต้องสำรวจเส้นทางให้แน่ใจว่า เส้นทางที่จะควบคุมรถให้วิ่งไปนั้น มีความสูงและความกว้างเพียงพอที่รถจะวิ่งผ่านไปได้ และไม่มีสิ่งกีดขวาง

          13. ก่อนจะเคลื่อนรถฟอร์คลิฟท์ ต้องยกงาให้พ้นจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และเมื่อรถฟอร์คลิฟท์วิ่งให้ยกงาสูงกว่าระดับพื้นไม่เกิน 30 เซนติเมตร

          14. ให้ส่งเสียงแตรรถ ขณะข้ามทางแยก และขณะลอดผ่านประตูหรือที่ๆ มีจุดบอดที่ไม่สามารถมองเห็นรอบข้างได้ชัดเจน

          15. เมื่อเลิกใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ ต้องปล่อยงาให้ลงต่ำแตะพื้น ในลักษณะวางขนานกับพื้น พร้อมทั้งดึงเบรคมือก่อนดับเครื่อง ถ้าจอดไว้ในบริเวณที่เป็นพื้นเอียงต้องใช้ไม้หมอนยันล้อไว้ เพื่อป้องกันรถไหล

          16. ควรปรับระยะกว้างของงาให้กว้างที่สุดและพอเหมาะกับพื้นรองยก เพื่อไม่ให้วัสดุเอียงตก และเพื่อกระจายน้ำหนัก

          17. การสอดงา ควรให้งาทั้งสองห่างจากศูนย์กลางพื้นรองยกเท่ากัน เพื่อรักษาสมดุลของวัตถุ

          18. เมื่อต้องการใช้รถฟอร์คลิฟท์ในสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือในเวลากลางคืน ต้องมีไฟส่องสว่างทางข้างหน้า และรอบบริเวณทำงาน

          19. ตรวจสอบสภาพหน้างานก่อนนำรถฟอร์คลิฟท์เข้าไปใช้งาน หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น พื้นขรุขระ เปียกแฉะ หรือบริเวณที่มีสารเคมี หรือไอระเหยต่างๆ เพื่อป้องกันการกัดกร่อน สนิมและความเสียหายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นกับตัวรถ

          20. สำหรับรถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้า ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เช็คระดับน้ำกลั่นให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้น้ำกลั่นแห้ง รักษาความสะอาดของเซลล์และตัวถัง หลีกเลี่ยงการใช้งานจนรถตัดการทำงานหรือแบตเตอรี่หมดไฟ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ

          21. ในการเติมไฟแบตเตอรี่ ควรเริ่มเติมเมื่อระดับไฟเหลือประมาณ 20% และเสียบไว้จนไฟเต็ม หลีกเลี่ยงการเติมไฟแบบไม่ต่อเนื่อง (เช่น ถอดเสียบระหว่างพักเบรค) เพราะจะทำให้อายุของแบตเตอรี่ลดลง

          เพียงแค่คุณใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ตามวิธีข้างต้น ก็จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้า ตลอดจนอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่หรือผู้อื่นได้ นอกจากนี้การเลือกใช้รถฟอร์คลิฟท์ที่มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐานก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

          หากลูกค้าท่านใดสนใจรถฟอร์คลิฟท์ รถยกอุตสาหกรรม หรืออุปกรณ์ยกย้ายคุณภาพสูง เพื่อให้งานจัดเก็บในคลังสินค้าของคุณมีประสิทธิภาพ ติดต่อฝ่ายขายอุปกรณ์ยกย้ายและอะไหล่ โทร. 02-096-9898 ต่อ 1203-1209 อีเมล mhe@jenbunjerd.com หรือ www.jenbunjerd.com

 

© 2016 Jenbunjerd Co Ltd., All Rights Reserved.