Blog


ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามเมื่อออกแบบคลังสินค้า


Date : 2018-03-19

          ในการสร้างคลังสินค้า จุดมุ่งหมายสูงสุดคือการใช้พื้นที่ในคลังสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด ซึ่งบางครั้งทำให้มองข้ามรายละเอียดและปัจจัยสำคัญต่างๆ ดังนั้นการออกแบบคลังสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่เพียงช่วยให้กิจกรรมภายในคลังสินค้าดำเนินอย่างราบรื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คลังสินค้าของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดได้

          โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงคลังสินค้า เรามักจะนึกถึงอาคารทรงเหลี่ยมพร้อมหลังคาที่ใช้สำหรับจัดเก็บสินค้า แต่ในความเป็นจริง อาคารทรงเหลี่ยมนี้มีอะไรมากกว่าที่คิด หากเราวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานและการบริหารจัดการภายในคลังสินค้าโดยละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น สามารถช่วยให้กระบวนการทำงานต่างๆ มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของบุคลากรภายในคลังสินค้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ บทความนี้จึงรวบรวมประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามเมื่อออกแบบคลังสินค้ามาฝากกัน

1. Material Flows

          Material Flows หรือการไหลของวัสดุในคลังสินค้า ในการออกแบบคลังสินค้านั้น การเลือกชนิดของชั้นวางสินค้าและแพลเลทภายในคลังสินค้าถือเป็นขั้นตอนพื้นฐาน แต่การจัดวางอุปกรณ์เหล่านี้ในคลังสินค้าอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของวัตถุดิบมากที่สุด นั่นเป็นความท้าทายที่แท้จริง การออกแบบคลังสินค้า ควรเริ่มจากวิเคราะห์และประเมินกระบวนการทำงานทั้งหมดภายในคลังสินค้าอย่างละเอียดและถูกต้อง เพื่อให้สุดท้ายขั้นตอนการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะเมื่อคลังสินค้ามีสินค้าไหลเวียนในปริมาณมากและมีความถี่สูง หากมีการบริหารจัดการสินค้าที่ไม่ดี ย่อมเกิดปัญหาในการทำงานอย่างแน่นอน

2. Receiving and Marshalling Area

          คลังสินค้าส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่วางกองสินค้าขาเข้า-ออก (Receiving and Marshalling Area) เล็กกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อลดค่าใช้จ่ายและใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด ถือเป็นแนวความคิดที่ไม่ถูกต้อง การลดพื้นที่วางกองสินค้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าขึ้น-ลงรถขนส่ง โดยลืมคำนึงถึงปริมาณสินค้าขาเข้าและขาออก เวลาในการปิดรับสินค้า การบริหารจัดการรถบรรทุกที่เข้ามารับสินค้า และช่วงเวลาที่มีกิจกรรมในคลังสินค้ามากกว่าปกติ อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานอื่นภายในคลังสินค้าได้ อาทิ อาจมีแพลเลทวางขวางบริเวณทางเดิน จำนวนสินค้าขาด ผลิตผลในการทำงานลดลง หรือคุณภาพของการทำงานลดลง เป็นต้น และท้ายสุดปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและกำไรที่เกิดขึ้น

3. Infrastructure

          ประเด็นนี้อาจเป็นเรื่องเล็กๆ และไม่ยากในการวิเคราะห์ แต่คลังสินค้าหลายๆ แห่งเลือกใช้ชั้นวางสินค้าภายในในคลังสินค้าผิดประเภท และจัดวางชั้นวางสินค้าอย่างได้ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกใช้ประเภทของชั้นวางสินค้า ควรประเมินจากปัจจัยต่างๆ เช่น โครงสร้างธุรกิจ ขั้นตอนการเบิกจ่ายสินค้า การไหลของวัตถุดิบ ปริมาณสินค้า ขนาดของสินค้า SKU กฎระเบียบของอาคาร และค่าใช้จ่าย โดยความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง คือ การบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพต่ำ ปริมาณจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอ หรือการใช้ชั้นวางสินค้าที่ไม่เหมาะสม

4. Housekeeping

          การดูแลความเรียบร้อยภายในคลังสินค้า ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนมองข้าม เนื่องจากหลายคนคิดว่าหน้าที่การดูแลความเรียบร้อยคือการดูแลความสะอาดภายในคลังสินค้า แต่ในความเป็นจริง การดูแลความเรียบร้อยในคลังสินค้ามีขอบเขตรวมไปถึงการคอยดูชั้นวางสินค้าต่างๆ ภายในคลังสินค้าว่ามีสภาพดี เรียบร้อยพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยหรือไม่ แพลเลทแต่ละชิ้นอยู่ตรงตำแหน่งหรือไม่ ที่กล่าวมาเป็นหน้าที่ของการดูแลความเรียบร้อยภายในคลังสินค้าเช่นกัน

5. Technology should complement, not be a burden

          การปรับใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติถือเป็นตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อย และสามารถช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นได้หากใช้อย่างถูกวิธี ในทางกลับกันหากเลือกใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน ก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาในคลังสินค้าแทน
ความยืดหยุ่นในการทำงาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่คำนึงถึงเมื่อต้องการปรับใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติในคลังสินค้า เนื่องจากคลังสินค้าหลายๆ ที่เมื่อปรับใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าทั้งที่ใช้เงินลงทุนมาก สุดท้ายต้องเปลี่ยนกลับมาให้บุคลากรทำงานเช่นเดิม ดังนั้นเราควรเลือกใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับการทำงาน เพื่อให้ได้ผลิตผลและยกระดับการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

          ทั้งนี้ คลังสินค้าอาจเป็นเพียงอาคารที่ใช้จัดเก็บสินค้า แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ควรถูกมองข้าม เนื่องจากการแก้ไขหรือพัฒนาบางจุดในคลังสินค้า เพื่อสร้างคลังสินค้าที่มีการบริหารจัดการที่ดี ย่อมส่งผลดีต่อกระบวนการทั้งหมดได้ การสร้างคลังสินค้าที่ดีต้องอาศัยกระบวนวิเคราะห์ ประเมิน และคอยปรับปรุงอยู่เสมอ การขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประโยชน์เช่นเดียวกัน บริษัท เจนบรรเจิด จำกัด มีทีมวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อวางระบบจัดเก็บยกย้ายที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อพัฒนาคลังสินค้าของคุณให้มีประสิทธิภาพ สนใจติดต่อ ฝ่ายขายชั้นวางสินค้า (Racking) โทร 02-096-9898 ต่อ 1302-1305 อีเมล tk@jenbunjerd.com (ทีมงานจะเข้าไปเก็บข้อมูลความต้องการ เพื่อให้คำแนะนำและออกแบบให้ท่านฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ)

 

 

© 2016 Jenbunjerd Co Ltd., All Rights Reserved.